Showing posts with label Condo. Show all posts
Showing posts with label Condo. Show all posts

Thursday, June 9, 2016

อสังหาฯไตรมาส 2 "แผ่ว" หลังหมดมาตรการรัฐ


อสังหาฯไตรมาส2แผ่วหลังหมดมาตรการรัฐ ( 08 June 2016 )



แมกโนเลีย-เอพี ระบุอสังหาฯ หลังสิ้นสุดมาตรการจูงใจภาครัฐ ตลาดแผ่ว หวังไตรมาส 3 "ยอดขาย-ยอดโอน" ขยับ

นายถนอมศักดิ์ แก้วเขียว รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังเดือน เม.ย. ซึ่งสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ในส่วนของการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% พบว่าภาพรวมของตลาดในแง่ยอดขายและยอดโอนลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่กำลังซื้อบางส่วน ในไตรมาส 2 ได้ถูกกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อ เร็วขึ้น

อย่างไรดี คอนโดมิเนียมแนวเส้นรถไฟฟ้าสายหลักอย่างบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที ยังมียอดขายที่ดี เพราะเป็นทำเลศักยภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค สะท้อนจากยอดขายโคงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดาลาดพร้าว มียอดขายแล้วมากกว่า 75% ขณะที่ โครงการคอนโดมิเนียม วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ' ติดรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตลาดพลู เปิดขายช่วงต้นปี มียอดขายแล้ว กว่า 90% โดยมีสัดส่วนลูกค้าเป็นลูกค้าคนไทย 98% ล่าสุดบริษัทจัดโปรโมชั่นส่วนลดทั้ง 2 โครงส่วน คาดจะสามารถปิดการขายได้ภายใน เดือนก.ค.นี้

คาดการณ์ว่าไตรมาส 3 ตลาดจะ ขยายตัว โดยคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดี มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีองค์ประกอบโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง เดินทางสะดวก ติดหรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าใต้ดินแบบเดินถึงในระยะใกล้ องค์ประกอบในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในโครงการและรอบบริเวณ ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนในยุคปัจจุบันต้องการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน (work-life balance) แบบมีคุณภาพมากขึ้น

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจ คอนโดมิเนียม 1และกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ โดยรวมในช่วงกลางไตรมาส 2 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ อาจ ชะลอไปบ้าง เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านพร้อมเข้าอยู่ได้ถูกกระตุ้นและตัดสินใจซื้อไปในช่วงต้นในบางเซกเมนต์ เช่น บ้านในระดับกลาง-ล่าง

ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทำการตลาดเชิงรุกทั้งกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้ลูกค้าอย่าง ต่อเนื่อง เพราะเห็นแล้วว่าได้ผลดี

"เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคในช่วง เวลานี้ ที่จะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในราคา ต้นทุนที่ไม่สูงมาก เพราะเชื่อว่าเมื่อ เศรษฐกิจกลับมาสดใสอีกครั้ง ราคาบ้าน จะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนที่ดิน และวัสดุก่อสร้าง"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, REIC

Tuesday, July 1, 2014

คอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ มิ.ย.เดือนเดียว พุ่ง 7,000 ยูนิต




ตลาดคอนโดกระเตื้อง หลังการเมืองนิ่ง "คอลลิเออร์ส"ระบุยอดเปิดตัวคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ มิ.ย.เดือนเดียว พุ่ง 7,000 ยูนิต ดันทั้งปีมีโอกาสแตะ 5 หมื่นยูนิต มากกว่าคาดการณ์ 1 หมื่นยูนิต

นายไทรมั่น ลัญฉน์ดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหา- ริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว หลังจากผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นได้จากการประกาศพร้อมเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ของปีนี้ ขณะเดียวกันกำลังซื้อเริ่มกลับมา เห็นได้จากยอดขายที่เริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

แม้ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การเปิดตัว โครงการและการซื้อขาย โดยเฉพาะตลาดคอนโด มิเนียม เปิดขายใหม่เพียง 16,167 ยูนิต ลดลง 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายใหม่จำนวน 21,215 ยูนิต อย่างไรก็ตามตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวเร็วมาตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

เห็นได้จากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ เดือนมิ.ย. มีจำนวนถึง 7,000 ยูนิต ถือว่ามีจำนวนมากกว่าเดือนเม.ย.และพ.ค. ที่มีจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 5,800 ยูนิต ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 2 ปี2557 มีคอนโด มิเนียมเปิดใหม่มากถึง 12,800 ยูนิต แต่หากย้อน กลับไปดูในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาจะพบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 10,119 ยูนิต ฉะนั้น จึงประเมินว่าคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ใกรุงเทพฯ ทั้งปี 2557 จะอยู่ระดับ 50,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 40,000 ยูนิต

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหลังการเมืองคลี่คลายจนทำให้กำลังซื้อ ดีขึ้น บริษัทจึงได้ปรับแผนการลงทุนใหม่อีกครั้ง มีมูลค่าลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท โดยช่วงกลางเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป บริษัทจะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ 4 แห่ง มูลค่าขายรวม 8,000 ล้านบาท

"บริษัทจะปรับแผนลงทุนไปตามสถาน การณ์ในช่วงไตรมาส 1 การเมืองผันผวนหนักเราเลือกที่จะชะลอ บริษัทมองว่าตลาดได้ผ่านจุด ต่ำสุดไปแล้ว ขณะนี้มีสัญญาณหลายๆอย่างดีขึ้น ทั้งในแง่ความมั่นใจผู้บริโภคและกำลังซื้อที่ดีขึ้น"

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกมาก เพราะผู้ประกอบการเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากครึ่งปีแรกชะลอตัวมากกว่า 40% ทั้งในแง่การเปิดตัวและการซื้อขาย ขณะที่ในส่วนของเพอร์เฟคฯ เรามีคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ใหม่ 4 โครงการ บนทำเลใจกลางเมือง ยังไม่รวมแบรนด์เดิมที่เป็นคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่างอย่างแบรนด์ไอคอนโดอีกประมาณ 8 โครงการ

ที่มา Kobkid.com 
วันที่ 30 มิถุนายน 2557

Tuesday, February 4, 2014

ทิศทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2557



Real Estate Investment in Thailand 2014

ทิศทางการลงทุนจะเป็นอย่างไร ภาครัฐและภาคเอกชนควรปรับตัวอย่างไร ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้จัดทำผลสรุปล่าสุด มานำเสนอดังนี้:

1. ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อปี พ.ศ.2556 ทั้งปีมีโครงการเปิดตัวใหม่ถึง 475 โครงการ รวม 131,645 หน่วย รวมมูลค่า 385,447 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วโครงการหนึ่งมีขนาด 277 หน่วย มูลค่า 881 ล้านบาท นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่พอสมควร

2. ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการพัฒนาในปี พ.ศ.2556 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2555 ถึง 29% ทั้งนี้เป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตด้วยดี ยกเว้นในช่วง 1-2 เดือนล่าสุดที่มีปัญหาการชะงักงันทางเมือง ทำให้ยอดเปิดตัวโครงการชลอลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2556

3. ราคาขายต่อหน่วย ณ ปี พ.ศ.2556 อยู่ที่ 2.928 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกันมากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (2554-2556) การนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดเน้นการพัฒนาในระดับปานกลาง สินค้าระดับราคาเกิน 3 ล้านบาท มีโอกาสขายได้น้อย ส่วนสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สามารถซื้อไว้ลงทุนและใช้สอยได้ดี ราคาวัสดุก่อสร้างไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาที่อยู่อาศัยแต่อย่างใดเลย

4. ในจำนวนและมูลค่าที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2556 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท เพียงรายเดียว ครองอันดับเปิดตัวโครงการมากที่สุดถึง 51 โครงการ จำนวน 21,541 หน่วย รวมมูลค่าถึง 43,145 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าบริษัทนี้มีสัดส่วนหน่วยขายหมดในตลาดถึง 16.4% หรือหนึ่งในหกของทั้งตลาด และหากในกรณีมูลค่าก็ประมาณ 11.2% หรือหนึ่งในเก้าของทั้งตลาดนี่เอง

5. ในจำนวนหน่วยขายที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด 51.4% หรือครึ่งหนึ่งของทั้งตลาดนั่นเอง และหากพิจารณาจากมูลค่าสินค้าที่เสนอออกมาในปี พ.ศ. 2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ตลาดรวมกันถึง 48%

6. บริษัทมหาชนและบริษัทในเครือรวมประมาณ 50 บริษัท ครองส่วนแบ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกันถึง 68% ในแง่ของมูลค่า หรือ 69% ในแง่ของจำนวนหน่วย ที่เหลือเป็นของบริษัทรายย่อยนอกตลาดหลักทรัพย์ การนี้แสดงให้เห็นว่า รายใหญ่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ามีใครหรือรายใดรายหนึ่งสามารถชี้นำหรือครองงำตลาดได้

7. ทำไม บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท จึงยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ทั้งที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นเดียวกับนักพัฒนาที่ดินรายอื่นในปี พ.ศ.2540-2542 และยังพบวิกฤติน้ำท่วมปลายปี พศ.2554 ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะนอกจากทำแทบทุกทำเลเช่นเดียวกับ บมจ.แลนด์แอนด์เฮาส์ ซึ่งเคยเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในอดีต ยังพัฒนาที่อยู่อาศัยแทบทุกระดับราคา ทำให้มีฐานที่ใหญ่ ประกอบกับการมีเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดี มีระบบการบริหาร-จัดการที่ดีและระดมมืออาชีพเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

8. หากเปรียบเทียบกับการเคหะแห่งชาติ นับแต่ พ.ศ.2519 ถึงกันยายน 2555 สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ 141,863 หน่วย (ไม่รวมบ้านเอื้อาทร 264,767 หน่วย) ในขณะที่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ณ เดือนสิงหาคม 2555 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท แห่งเดียวก็ผลิตได้ถึง 116,948 หน่วย รวมมูลค่า 208,674 หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.784 ล้านบาท แม้จะน้อยกว่าเล็กน้อยในแง่จำนวนหน่วย แต่ในแง่มูลค่ารวมน่าจะสูงกว่าสินค้าของการเคหะแห่งชาติเสียอีก จึงนับเป็นความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งที่เฉพาะในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท ผลิตสินค้าบ้านได้จำนวนใกล้เคียงกับการเคหะแห่งชาติที่ใช้เวลาผลิตถึง 40 ปี โดยทางราชการไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณใดๆ อุดหนุนเลย

9. ในปี 2557 คาดว่าจะมีหน่วยขายเปิดใหม่ไม่เกิน 100,000 หน่วย รวมมูลค่าไม่เกิน 300,000 ล้านบาท หรือลดลงจากปี พ.ศ.2556 ประมาณ 25-30% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชลอลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักงันในการลงทุนภาครัฐในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งยังอาจมีความยุ่งยากทางการเมืองไปอีก 3-6 เดือน ทำให้การลงทุนภาครัฐชลอไปอีกครึ่งปีถึง 1 ปี

10. สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการก็คือการทบทวนลดเป้าการลงทุนใหม่ การพยายามผ่องถ่ายขายทรัพย์ออกโดยเร็ว และทำการสำรวจวิจัยให้ดีก่อนการลงทุน สำหรับภาครัฐ ควรสร้างระบบคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภคภาคบังคับแก่บริษัทพัฒนาที่ดินทุกแห่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับระบบตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม การควบคุมอุปทานโดยการเพิ่มอัตราเงินดาวน์ เพื่อลดการเก็งกำไรระยะสั้น รวมทั้งการพยายามขายทรัพย์สินมือสองให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ผ่านกรมบังคับคดี สถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลทรัพย์ที่เปิดเผยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี พ.ศ. 2557 จึงหลีกไม่พ้นประเด็นทางการเมือง เพราะทุกวันนี้การจัดกิจกรรมทางการตลาด ไม่ค่อยได้ผล เพราะการเมืองกำลังมาแรง จนดึงความสนใจของประชาชนออกไป และนักลงทุนคงไตร่ตรองแล้วที่จะ "กำเงิน" ไว้ก่อน ดูลู่ทางที่ดีในอนาคตดีกว่าเสี่ยงลงทุนในขณะนี้


ที่มา : AREA แถลง ฉบับที่ 16/2557: 3 กุมภาพันธ์ 2557

Friday, August 9, 2013

โครงการ NYE by Sansiri BTS วงเวียนใหญ่



ข้อมูลโครงการ

NYE by Sansiri ตั้งอยู่ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีวงเวียนใหญ่ 150 เมตร เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 

พื้นที่โครงการ 3-2-32 ไร่ โครงการเป็นตึกสูง 30 ชั้น 2 อาคาร จำนวนทั้งหมด 636 ยูนิต มีที่จอดรถให้ประมาณ 50% ส่วนกลางแบ่งเป็น 2 อาคารอยู่ชั้น 7 มีห้องสมุด สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และสวนพักผ่อน แบบห้องมี 1 ห้องนอนขนาด 30-43 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 59-68 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน Duplex ขนาด 63-64 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท หรือ 100,000 บาทต่อตารางเมตร (ราคาเดือนกุมภาพันธ์ 2556)


Price (ราคา) 

โครงการคอนโดเปิดใหม่ ราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตรใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสที่เปิดใช้งานแล้วเพียง 150 เมตร ถือว่าไม่แพงครับน่าสนใจมากทีเดียว เทียบกับคู่แข่งที่ตั้งในทำเลเดียวกัน ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว 

Location (ทำเลที่ตั้ง) 

ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เพียง 150 เมตรเป็นจุดขายสำคัญสำหรับโครงการ NYE วงเวียนใหญ่ นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ถนนกรุงธนบุรีสะดวกสำหรับผู้ใช้รถส่วนตัววิ่งไปราชพฤกษ์ก็สะดวก เข้าตัวเมืองถนนสาทรก็ง่ายนิดเดียว อีกอย่างแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้มีมากทีเดียวทั้งโครงการ Community mall ของเสนาฯ โครงการ Skywalk ทางเชื่อมต่อสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วพื้นที่โดยรอบยังประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานมากมาย 

Project and Design (รูปแบบโครงการ และการออกแบบ) 

ตัวอย่างอาคารใช้ Concept “Gold” เป็นโครงการระดับบนของแสนสิริ ออกแบบได้สวยงาม ยิ่งชั้นสูงๆขึ้นไปจะยิ่งมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยลง แน่นอนว่าราคาสูงขึ้น สำหรับแบบห้องส่วนใหญ่เป็น 1 ห้องนอน 35 ตารางเมตร ประตูมี Digital Door Lock ของ Yale แอร์ฝังฝ้า Counter Top ครัวเป็นแกรนิตสีดำ พื้นห้องครัวเป็นแกรนิตโต้ ห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นลามิเนต ตรงระเบียงมีที่วางคอมฯแอร์ให้ ระแนงไม้กั้นเรียบร้อย รับวิวเต็มที่ ด้วยขนาดที่เป็นภาวะน่าสบายเหมาะกับการพักผ่อน และอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ประกอบกับวัสดุคุณภาพแล้วทำให้ชีวิตดูดีมีระดับขึ้นมาทันที 

Facilities (ส่วนกลาง/สิ่งอำนวยความสะดวก) 

แสนสิริโครงการนี้เน้นสระขนาดใหญ่ และสวนส่วนกลางหลักๆอยู่ชั้น 7 ยังมีส่วนกลางกระจายไปอยู่ตามชั้นต่างๆอีก เช่นชั้น 19 และชั้นบนสุดแต่เป็นสวนขนาดย่อมน่าสนใจดีครับ 



My Note 

แนะนำซื้อเพื่ออยู่อาศัยครับ ทำเลดี ราคาไม่สูง การออกแบบใช้ Green Architect Vertical Garden ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ สามารถเลือกได้ทั้งวิวโล่งๆอย่างราชพฤกษ์ และวิวเมืองสีลม สาทร และแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงนี้แล้วต่อความชอบของแต่ละบุคคลครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม : Sansiri

Thursday, August 8, 2013

โครงการ Condolette Midst Rama9



ข้อมูลโครงการ

Condolette Midst Rama9 ถนนพระราม 9 (ตรงข้ามเซ็นทรัล พระราม 9) รถไฟใต้ดินสถานี พระราม 9 โดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

อาคารชุดสูง 30 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 433 ยูนิต พื้นที่โครงการ 2-0-87 ไร่ มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว พร้อมที่จอดรถประมาณ 40% แบบห้องจะเป็น สตูดิโอ-3 ห้องนอน ขนาด 21-78 ตารางเมตร 2,300,000 บาท หรือ 130,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดขาย เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 คาดว่าจะสร้างเสร็จเดือนกันยายน 2559

Price (ราคา)

ถ้าพูดถึงราคาต่อตารางเมตร Condolette Midst Rama9 ค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่งที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ทั้ง Aspire (105,000 บ/ตร.ม.) และ Ideo Mobi Rama9 (125,000 บ/ตร.ม.) แต่เมื่อพิจารณาที่ราคาต่อยูนิตแล้วทำให้ Condolette มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า จึงเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของโครงการ

Location (ทำเลที่ตั้ง)

ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 เดินทางสะดวก ตัวอาคารอยู่ตรงกลางระหว่างโครงการ Ideo Mobi และ Aspire Rama9 ใกล้ห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ใกล้โครงการ Grand Rama9 ที่ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ถือว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดในย่านรัชดา

Project and Design (รูปแบบโครงการ และการออกแบบ)

แบบ 1 ห้องนอน 34 ตารางเมตรออกแบบว่าค่อนข้างดีแนะนำ แบบห้อง C3 C4 และ จะได้ทิศ City View และ โครงการ Grand Rama 9 ไม่โดนบล็อควิวเพราะเป็นตำแหน่งมุมสุดยอดจองเลยครับ

Facilities (ส่วนกลาง/สิ่งอำนวยความสะดวก)

ส่วนกลางโครงการถูกจัดให้อยู่ชั้น 8 หันหน้าไปทางทิศตะวันออก(ปั๊มแก็ส) ด้านบนสุดของตัวอาคารเป็นสวนพักผ่อน ซึ่งได้รับการออกแบบที่ค่อนข้างสวยงามถือว่าทางพฤกษาฯ ทำออกมาดีทีเดียว



My Note

โครงการ Condolette Midst Rama9 ราคาต่อตารางเมตร สูงกว่า คู่แข่งบริเวณเดียวกัน แต่ราคาต่อยูนิต ต่ำกว่า ถ้าอยากได้ห้องราคาถูกแนะนำทิศตะวันตก(Ideo Mobi) เพราะราคาต่างกับทิศตะวันออก(ปั๊มแก็ส) ประมาณ 200,000 บาท แม้ว่าจะถูกบดบังวิวจากโครงการ Ideo Mobi แต่จะได้วิวสระ วิวสวนของ Ideo Mobi มาทดแทน



ที่มา : Condolette Midst Rama9 , วันที่ 9 กรกฎาคม 2556

Monday, July 29, 2013

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีแรก 2556

          ตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งหลังของปี พ.ศ.2556 จะชะลอกว่าครึ่งแรกประมาณ 10% แต่ก็ยังทำให้ทั้งปี 2556 เติบโตกว่าทั้งปี2555 อยู่ 4% ในแง่มูลค่า และ 12% ในแง่จำนวนหน่วยเปิดใหม่ คือ จะมีหน่วยขายเปิดใหม่รวมมูลค่า 310,772 ล้านบาท รวมทั้งหมด 113,584 หน่วย

          โครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ.2556มี 186 โครงการ น้อยกว่าปี พ.ศ.2555 ซึ่งทั้งปีมีถึง 416 โครงการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 169,645 ล้านบาท และมีจำนวนหน่วยขายเปิดใหม่ทั้งหมด 61,540 หน่วย โดยทั้งนี้ 99% เป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย มีอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นบ้าง แต่น้อยมาก

          ในจำนวนอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งหมด 167,985 บาทที่เปิดตัวในครึ่งปีแรกนี้ มีหน่วยขายรวมกันถึง 61,397 หรือเท่ากับหน่วยละ 2.736 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2555 ที่ราคาหน่วยขายเฉลี่ยเป็นเงิน 2.937 ล้านบาท ก็แสดงว่า สินค้าที่เปิดตัวเน้นขายในราคาที่ต่ำลง ทั้งนี้เพื่อหวังให้มีปริมาณผู้ซื้อมากขึ้น แสดงว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะการขายที่ชะลอตัวกว่าแต่ก่อน จึงต้องทำสินค้าราคาต่ำลงเพื่อกระตุ้นกำลังซึ้ง

          หากสมมติให้ในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ.2556 มีจำนวนและมูลค่าของหน่วยขายเปิดใหม่เป็นเพียง 85% ของครึ่งปีแรก เพราะในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีการชะลอตัวในการเปิดตัวโครงการใหม่บ้างตามภาวะการขายที่ชะลอตัวลง ก็ยังจะทำให้ทั้งปี มีหน่วยขายเปิดใหม่รวมมูลค่า 310,772 ล้านบาท จากทั้งหมด 113,584 หน่วย ซึ่งแสดงว่ามูลค่าเพิ่มมากกว่าปี พ.ศ.2555 ประมาณ 4% ส่วนจำนวนหน่วย เพิ่มขึ้นประมาณ 12%

การเปิดตัวใหม่ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรก พ.ศ.2556

ประเภท
มูลค่า (ล้านบาท)
%
จำนวนหน่วย
%
ราคาเฉลี่ย (ล้าน บ)
บ้านเดี่ยว
 31,752
19%
 5,147
8%
 6.169
บ้านแฝด
 3,332
2%
 1,156
2%
 2.882
ทาวน์เฮ้าส์
 24,019
14%
 11,818
19%
 2.032
อาคารพาณิชย์
 4,999
3%
 927
2%
 5.393
อาคารชุด
 103,872
61%
 42,342
69%
 2.453
ที่ดินจัดสรร
 12
0%
 7
0%
 1.714
รวมที่อยู่อาศัยทั้งหมด
 167,985
99%
 61,397
100%
 2.736
อสังหาริมทรัพย์อื่น
 1,660
1%
 143
0%
 11.608
รวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด
 169,645
100%
 61,540
100%
 2.757


ที่มา: ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส


          เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่า ในกรณีจำนวนหน่วยขายทั้งหมดนั้น เฉพาะในครึ่งแรกของปี พ.ศ.2556 นี้ 69% เป็นห้องชุด แสดงให้เห็นว่าห้องชุดเป็นสินค้าหลักในตลาดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้วที่ห้องชุดเป็นสินค้าหลักในตลาด ทั้งนี้คงเป็นเพราะที่ดินมีจำกัด การเน้นการเดินทางโดยรถไฟฟ้า และปัญหาน้ำท่วมในชานเมือง ทำให้ประชาชนสนใจซื้อห้องชุดในเขตเมืองมากขึ้น

          กรณีที่ทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว ยังมีจำนวนหน่วยน้อย โดยมีสัดส่วนเพียง 19% และ 8% ตามลำดับนั้น คงเป็นเพราะว่าสินค้าขายได้ช้ากว่า โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส คาดการณ์ว่า ห้องชุดจะขายได้หมดในเวลา 7 เดือน ทาวน์เฮาส์ ใช้เวลาขายอีก 21 เดือน และบ้านเดี่ยวใช้เวลาขายนานที่สุดคือ 35 เดือน ดังนั้นจึงไม่เกิดภาวะผลิตเกินในตลาดทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวที่ขายได้ช้าอยู่แล้ว

          ส่วนกรณีของบ้านแฝด อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว และที่ดินเปล่าจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัย คงเป็นสินค้าที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก โดยเฉพาะที่ดินเปล่ามักไม่สามารถที่จะขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ จึงแทบไม่มีการผลิตสินค้าประเภทนี้ออกมา ส่วนบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์มีสัดส่วนอยู่ในตลาดเพียง 2-3% เท่านั้น

          สำหรับประเด็นปัญหาการล้นตลาดนั้น ขณะนี้พบว่ามีการซื้อเพื่อการเก็งกำไรมากขึ้น และอาคารชุดที่ทะยอยเสร็จ กำลังประสบปัญหาการโอนพอสมควร สัดส่วนของผู้จองซื้อและไม่สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ แต่เดิมคาดว่ามีอยู่ต่ำกว่า 5-6% แต่ขณะนี้คาดว่าอาจสูงถึง 12-15% กรณีเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของบริษัทพัฒนาที่ดินได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งหากผู้ได้รับสิทธิการกู้ แต่ไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ และกลายเป็นหนี้เสีย ก็อาจยิ่งส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินได้ในภายหลัง

          ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส คาดการณ์ว่าอุปทานในตลาดของครึ่งหลังของปี พ.ศ.2556 อาจชะลอกว่าครึ่งแรกของปี 2556 อยู่ประมาณ 10-15% แต่ถ้าภาวะเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ ก็อาจมีการเติบโตเท่ากับครึ่งแรกของปี พ.ศ.2556 การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ก็จะมีมากกว่าที่คาดหวังได้

         มาตรการสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ คงไม่ใช่การกระตุ้นกำลังซื้ออีกต่อไป แต่จะเป็นการเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ให้สูงขึ้น เพื่อความมั่นคงของตลาด โดยควรมีสัดส่วนเงินดาวน์อย่างน้อย 15-20% ของราคาขาย นอกจากนี้สัดส่วนการขอกู้จากสถาบันการเงินควรเป็น80-85% ของมูลค่าตลาดจากการประเมินค่าทรัพย์สินของบริษัทประเมินทรัพย์สินอิสระ ไม่ควรให้สถาบันการเงินประเมินกันเอง

          ยิ่งกว่านั้นมาตรการที่ต้องดำเนินการเป็นอย่างยิ่งก็คือ ให้บริษัทพัฒนาที่ดินทั้งหลายจัดทำสัญญาการคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้ทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่ายในการประกันเงินดาวน์ของคู่สัญญาบ้าง แต่ก็คงไม่ถึง 0.1% ของมูลค่า แต่จะคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้ซื้อหรือผู้บริโภค ไม่ให้สูญเสียไปหากการพัฒนาที่ดินตามโครงการนั้นผิดพลาด การนี้จะทำให้ตลาดมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่เสียเปรียบผู้ประกอบการายใหญ่ ที่สำคัญผู้บริโภคได้ประโยชน์ ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะผู้บริโภคจะวางใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มครองเงินดาวน์มากยิ่งขึ้น





ที่มา : ดร.โสภณ พรโชคชัย

ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย

บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส

Wednesday, June 19, 2013

IDEA for Small Space


        It's flexible function for your home design or condominium. That is good idea but you should be careful when you are sitting in a living room.

        God Bless You,


Credit : Homedit

Monday, May 13, 2013

โครงการ The Edition Condo สถานีสะพานควาย

The Edition BTS Saphankwai

          มาแล้วหลังจากแอบมองแปลงที่ดินอยู่นาน The Edition Condominium จาก บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ส่งลงชิงส่วนแบ่งจากตลาดทำเล อารีย์ สะพานควาย ที่ตอนนี้คู่แข่งหลายรายเปิดขายไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่าง Noble Revolve อารีย์ ตารางเมตรละ 120,000 บาท และในอนาคตยังมีอีกหนึ่งโครงการที่รออยู่คือ Centric โดย SC Asset มาแน่ แต่ไม่รู้ตอนไหน

          สำหรับ The Edition Condominium นี้เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยจริง สถานการณ์แบบนี้คนสายป่านสั้นไม่แนะนำให้ลงทุน แต่ถ้าคนรวยไม่มีที่จะเก็บเงินก็จัดเลยครับ เพราะติดทางขึ้น ลงสถานีรถไฟฟ้าขนาดนี้หายากจริงๆ

แผนที่โครงการ The Edition
       
          ลงทะเบียน 27-1 มิ.ย. ที่ La Villa อารีย์ ราคาเริ่ม 3 ล้านกว่าบาท ลงทะเบียนคลิ็ก

ที่มา : kobkid.com

Money Expo'13 สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 0%

          


          กลับมาอีกครั้งกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan) ดอกเบี้ยสำหรับคนซื้อบ้าน 0% นาน 8 เดือน โดย ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ทั้งนี้วงเงินมีจำนวนจำกัด และที่สำคัญคือเฉพาะในงาน Money Expo เท่านั้น ซึ่งจัดไปแล้ว 9-12 พฤษภาคม 2556 

          สรุปโปรโมชั่น ธอส. ดังนี้
  • 0% นาน 8 เดือน 
  • เดือนที่ 9-24 MRR-2%
  • ปีที่ 3 ตลอดจนอายุสัญญา ลูกค้าสวัสดิการ MRR-1%, ลูกค้าทั่วไป MRR-0.5%
  • ได้รับค่ายกเว้นค่าประเมินทรัพย์สิน
  • กู้ได้ทั้งซ่อมแซม ปลูกสร้าง และไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น

          โปรโมชั่นดีๆอย่างนี้น่าจะจัดยาวๆหน่อยนะครับ เพื่อเอาใจคนซื้อบ้าน หลายคนต้องการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อสร้างความฝันของช่วยสร้างความฝันของคนอยากมีบ้านให้เป็นจริง อย่างไรก็ตามฝากทาง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รับไปพิจารณาด้วย

ที่มา : kobkid.com

Tuesday, April 23, 2013

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี)

          ภาพโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก home.co.th

          ข้อมูลจาก REIC(ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) คอลัมน์ update ระบบขนส่งมวลชนเพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอืนๆ ทั้งนี้เพราะได้เกิดความร่วมมือของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กับ การเคหะแห่งชาติ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ทั้งนี้จะได้มีการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต

          สายสีส้ม มีพื้นที่ของการเคหะฯ 2 พื้นที่ ดังนี้

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนดินแดง สถานีจะใกล้กับโครงการเคหะชุมชนดินแดง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัยในโครงการ

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ เสนอให้มีระยะขนส่งลำเลียงแบบ BRT มายังสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรี และบริเวณจุดตัดแยกสุวินทวงศ์ ซึ่งจะเป็นจุดตัดของจุดจอดรถไฟฟ้าสายสีชมพู กับสายสีส้ม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่ดินของการเคหะฯ ในบริเวณชุมชนโครงการเคหะชุมชนรามคำแหง และพื้นที่ใกล้เคียง

          รายละเอียดโครงการ
  • โครงการสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) มีระยะทางทั้งสิ้น 37.5 กิโลเมตร
  • ระบบขนส่งเชื่อมต่อฝั่งตะวันตก ไปตะวันออก ตามแนวถนนรามคำแหง ราชปรารภ เพชรบุรี หลานหลวง และราชดำเนิน
  • ฝั่งธนบุรีจะเปิดพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟเดิมบริเวณบางกอกน้อย และตลิ่งชันซึ่งมีศักยภาพสูง
  • ผ่านสถานที่สำคัญ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช สนามหลวง ประตูน้ำ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง หอการค้า นิด้า และ ABAC รวมถึงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

          ความคืบหน้าปัจจุบัน (วันที่ 23 4 56)
  • การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ และช่วงบางกะปิ-มีนบุรี
  • ปัจจุบันอยู่ในแผนเร่งรัด 4 ปี ของรัฐบาล
  • เริ่มสร้าง มีนบุรี บางกะปิ ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นโครงการบนดิน
  • สถานีที่เหลือเป็นโครงการเป็นใต้ดินทั้งหมด
  • คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2558 เป็นต้นไป
  • คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2562

ที่มา : REIC ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

Facebook Comment