Showing posts with label Property. Show all posts
Showing posts with label Property. Show all posts

Tuesday, February 4, 2014

ทิศทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2557



Real Estate Investment in Thailand 2014

ทิศทางการลงทุนจะเป็นอย่างไร ภาครัฐและภาคเอกชนควรปรับตัวอย่างไร ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้จัดทำผลสรุปล่าสุด มานำเสนอดังนี้:

1. ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อปี พ.ศ.2556 ทั้งปีมีโครงการเปิดตัวใหม่ถึง 475 โครงการ รวม 131,645 หน่วย รวมมูลค่า 385,447 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วโครงการหนึ่งมีขนาด 277 หน่วย มูลค่า 881 ล้านบาท นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่พอสมควร

2. ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการพัฒนาในปี พ.ศ.2556 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2555 ถึง 29% ทั้งนี้เป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตด้วยดี ยกเว้นในช่วง 1-2 เดือนล่าสุดที่มีปัญหาการชะงักงันทางเมือง ทำให้ยอดเปิดตัวโครงการชลอลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2556

3. ราคาขายต่อหน่วย ณ ปี พ.ศ.2556 อยู่ที่ 2.928 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกันมากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (2554-2556) การนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดเน้นการพัฒนาในระดับปานกลาง สินค้าระดับราคาเกิน 3 ล้านบาท มีโอกาสขายได้น้อย ส่วนสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สามารถซื้อไว้ลงทุนและใช้สอยได้ดี ราคาวัสดุก่อสร้างไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาที่อยู่อาศัยแต่อย่างใดเลย

4. ในจำนวนและมูลค่าที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2556 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท เพียงรายเดียว ครองอันดับเปิดตัวโครงการมากที่สุดถึง 51 โครงการ จำนวน 21,541 หน่วย รวมมูลค่าถึง 43,145 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าบริษัทนี้มีสัดส่วนหน่วยขายหมดในตลาดถึง 16.4% หรือหนึ่งในหกของทั้งตลาด และหากในกรณีมูลค่าก็ประมาณ 11.2% หรือหนึ่งในเก้าของทั้งตลาดนี่เอง

5. ในจำนวนหน่วยขายที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด 51.4% หรือครึ่งหนึ่งของทั้งตลาดนั่นเอง และหากพิจารณาจากมูลค่าสินค้าที่เสนอออกมาในปี พ.ศ. 2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ตลาดรวมกันถึง 48%

6. บริษัทมหาชนและบริษัทในเครือรวมประมาณ 50 บริษัท ครองส่วนแบ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกันถึง 68% ในแง่ของมูลค่า หรือ 69% ในแง่ของจำนวนหน่วย ที่เหลือเป็นของบริษัทรายย่อยนอกตลาดหลักทรัพย์ การนี้แสดงให้เห็นว่า รายใหญ่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ามีใครหรือรายใดรายหนึ่งสามารถชี้นำหรือครองงำตลาดได้

7. ทำไม บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท จึงยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ทั้งที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นเดียวกับนักพัฒนาที่ดินรายอื่นในปี พ.ศ.2540-2542 และยังพบวิกฤติน้ำท่วมปลายปี พศ.2554 ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะนอกจากทำแทบทุกทำเลเช่นเดียวกับ บมจ.แลนด์แอนด์เฮาส์ ซึ่งเคยเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในอดีต ยังพัฒนาที่อยู่อาศัยแทบทุกระดับราคา ทำให้มีฐานที่ใหญ่ ประกอบกับการมีเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดี มีระบบการบริหาร-จัดการที่ดีและระดมมืออาชีพเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

8. หากเปรียบเทียบกับการเคหะแห่งชาติ นับแต่ พ.ศ.2519 ถึงกันยายน 2555 สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ 141,863 หน่วย (ไม่รวมบ้านเอื้อาทร 264,767 หน่วย) ในขณะที่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ณ เดือนสิงหาคม 2555 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท แห่งเดียวก็ผลิตได้ถึง 116,948 หน่วย รวมมูลค่า 208,674 หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.784 ล้านบาท แม้จะน้อยกว่าเล็กน้อยในแง่จำนวนหน่วย แต่ในแง่มูลค่ารวมน่าจะสูงกว่าสินค้าของการเคหะแห่งชาติเสียอีก จึงนับเป็นความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งที่เฉพาะในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท ผลิตสินค้าบ้านได้จำนวนใกล้เคียงกับการเคหะแห่งชาติที่ใช้เวลาผลิตถึง 40 ปี โดยทางราชการไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณใดๆ อุดหนุนเลย

9. ในปี 2557 คาดว่าจะมีหน่วยขายเปิดใหม่ไม่เกิน 100,000 หน่วย รวมมูลค่าไม่เกิน 300,000 ล้านบาท หรือลดลงจากปี พ.ศ.2556 ประมาณ 25-30% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชลอลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักงันในการลงทุนภาครัฐในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งยังอาจมีความยุ่งยากทางการเมืองไปอีก 3-6 เดือน ทำให้การลงทุนภาครัฐชลอไปอีกครึ่งปีถึง 1 ปี

10. สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการก็คือการทบทวนลดเป้าการลงทุนใหม่ การพยายามผ่องถ่ายขายทรัพย์ออกโดยเร็ว และทำการสำรวจวิจัยให้ดีก่อนการลงทุน สำหรับภาครัฐ ควรสร้างระบบคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภคภาคบังคับแก่บริษัทพัฒนาที่ดินทุกแห่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับระบบตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม การควบคุมอุปทานโดยการเพิ่มอัตราเงินดาวน์ เพื่อลดการเก็งกำไรระยะสั้น รวมทั้งการพยายามขายทรัพย์สินมือสองให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ผ่านกรมบังคับคดี สถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลทรัพย์ที่เปิดเผยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี พ.ศ. 2557 จึงหลีกไม่พ้นประเด็นทางการเมือง เพราะทุกวันนี้การจัดกิจกรรมทางการตลาด ไม่ค่อยได้ผล เพราะการเมืองกำลังมาแรง จนดึงความสนใจของประชาชนออกไป และนักลงทุนคงไตร่ตรองแล้วที่จะ "กำเงิน" ไว้ก่อน ดูลู่ทางที่ดีในอนาคตดีกว่าเสี่ยงลงทุนในขณะนี้


ที่มา : AREA แถลง ฉบับที่ 16/2557: 3 กุมภาพันธ์ 2557

Tuesday, April 23, 2013

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี)

          ภาพโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก home.co.th

          ข้อมูลจาก REIC(ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) คอลัมน์ update ระบบขนส่งมวลชนเพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอืนๆ ทั้งนี้เพราะได้เกิดความร่วมมือของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กับ การเคหะแห่งชาติ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ทั้งนี้จะได้มีการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต

          สายสีส้ม มีพื้นที่ของการเคหะฯ 2 พื้นที่ ดังนี้

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนดินแดง สถานีจะใกล้กับโครงการเคหะชุมชนดินแดง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัยในโครงการ

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ เสนอให้มีระยะขนส่งลำเลียงแบบ BRT มายังสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรี และบริเวณจุดตัดแยกสุวินทวงศ์ ซึ่งจะเป็นจุดตัดของจุดจอดรถไฟฟ้าสายสีชมพู กับสายสีส้ม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่ดินของการเคหะฯ ในบริเวณชุมชนโครงการเคหะชุมชนรามคำแหง และพื้นที่ใกล้เคียง

          รายละเอียดโครงการ
  • โครงการสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) มีระยะทางทั้งสิ้น 37.5 กิโลเมตร
  • ระบบขนส่งเชื่อมต่อฝั่งตะวันตก ไปตะวันออก ตามแนวถนนรามคำแหง ราชปรารภ เพชรบุรี หลานหลวง และราชดำเนิน
  • ฝั่งธนบุรีจะเปิดพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟเดิมบริเวณบางกอกน้อย และตลิ่งชันซึ่งมีศักยภาพสูง
  • ผ่านสถานที่สำคัญ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช สนามหลวง ประตูน้ำ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง หอการค้า นิด้า และ ABAC รวมถึงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

          ความคืบหน้าปัจจุบัน (วันที่ 23 4 56)
  • การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ และช่วงบางกะปิ-มีนบุรี
  • ปัจจุบันอยู่ในแผนเร่งรัด 4 ปี ของรัฐบาล
  • เริ่มสร้าง มีนบุรี บางกะปิ ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นโครงการบนดิน
  • สถานีที่เหลือเป็นโครงการเป็นใต้ดินทั้งหมด
  • คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2558 เป็นต้นไป
  • คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2562

ที่มา : REIC ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

Wednesday, February 20, 2013

คอนโด 1 ล้านต้นๆ หมดสิทธิ์เกิด



ต้นทุนเพิ่ม

จากต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ข้อมูลจาก 10  บริษัทอสังหาฯรายใหญ่พบว่าทุนเพิ่ม 6-21% Property Perfect บอกว่า "หมดสิทธิ์เห็นคอนโดในเมืองราคา 1 ล้านต้นๆ" ด้าน LPN และ พฤกษาฯ ที่เป็นเจ้าคอสต์ลีดเดอร์ชิปสามารถกดค่าใช้จ่ายเหลือตารางเมตรละ 8 พันบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาลดต้นทุนกันแบบสุดตัวทั้ง ปรับแบบอาคาร วัสดุ ล็อกราคา และเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาล่วงหน้า

จากหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ทำการสำรวจต้นทุนค่าก่อสร้างคอนโดมิเนียม 10 บริษัท ได้แก่

  1. LPN เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 13 โครงการ
  2. พฤกษา เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 13 โครงการ
  3. ธารารมณ์ เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 1 โครงการ
  4. มั่นคงเคหะการ เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 1 โครงการ
  5. AP เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 8 โครงการ
  6. QH เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 3 โครงการ
  7. L&H เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 10 โครงการ
  8. Property Perfect เปิดโครงการใหม่ปีนี้ 6 โครงการ


ปัจจัย มาจากค่าจ้างผู้รับเหมา ค่าจ้างแรงงาน และราคาวัสดุก่อสร้าง 
วิธีการแก้ปัญหา ลดวัสดุฟุ่มเฟือย ซื้อวัสดุบิ๊กล็อตล่วงหน้า และปรับราคาขายขึ้น

โดยสรุปภาพรวม การปรับราคาค่าก่อสร้าง พฤกษา และ LPN สามารถควบคุมไม่ให้เพิ่มขึ้นมาได้โดยรักษาระดับอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตารางเมตร (อาคารสูง 8 ชั้น) Property Perfect มีค่าก่อสร้างเฉลี่ยเพิ่มสูงที่สุด 21% คิดเป็น 17,000 บาทต่อตรางเมตร (อาคารสูง 8 ชั้น)

พิจารณาต้นทุนตามโครงการ เพื่อที่จะได้นำไปเปรียบเทียบกับราคาขาย ประกอบการตัดสินใจซื้อ

Lumpini Town Ship รังสิต คลอง1
ประเภท คอนโดมิเนียม
ราคาขาย 600,000 บาท (ประมาณ 30,000 บาทต่อตารางเมตร)
ขนาด 21 ตารางเมตร
จำนวน 10,000 Units
เปิด Q3/56
ที่ดิน 100 ไร่
อาคาร 8 ชั้น ต้นทุน 8,000 บาทต่อตารางเมตร (สูงเกิน 8 ชั้น 12,000 บาทต่อตารางเมตร)
ลด Cost โดย ลดช่องกระจก ลด size กระเบื้องปูพื้น ลดราคาลิฟท์ จอดรถรอบอาคาร ลดระยะเวลาการก่อสร้างเหลือ 8-9 เดือนต่อ 1 อาคาร สูง 8 ชั้น

พฤกษาเรียลเอสเตท ทำเลชานเมือง
ประเภท คอนโดมิเนียม
ราคาขาย 500,000-600,000 บาท
ขนาด 20 ตารางเมตรต้นๆ
ต้นทุนเฉลี่ย 8,000 บาทต่อตารางเมตร
ลด Cost โดย ใช้ระบบพรีแคสต์ เข้ามาช่วยในการก่อสร้าง

i Condo by Property Perfect
ประเภท คอนโดมิเนียม
อาคาร 8 ชั้น ต้นทุน 17,000 บาทต่อตารางเมตร (สูงเกิน 8 ชั้น 20,000 บาทต่อตารางเมตร)

The Confidence by Q House
ประเภท คอนโดมิเนียม
ราคา 1-2 ล้านบาท
ลด Cost โดย ใช้ระบบพรีแฟบ (ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป) เข้ามาช่วยในการก่อสร้าง พร้อมเซ็นต์สัญญากับผู้รับเหมาล่วงหน้า 3 โครงการ ได้แก่ งามวงศ์วาน พัทยาใต้ นครปฐม

August Condominium เจริญกรุง 80
ประเภท คอนโดมิเนียม
อาคาร 8 ชั้น 700 ยูนิต 
ต้นทุนเฉลี่ย 16,000 บาทต่อตารางเมตร

Aspire Condominium by AP
ต้นทุนเฉลี่ย 13,000 บาทต่อตารางเมตร








ที่มา : ภาพจาก Internet
ที่มา : kobkid.com

Wednesday, February 13, 2013

5 อสังหาฯ มหาชนรายใหญ่หนี แสนสิริ




          LH-PS-SPALI-PF-AP ทั้ง 5 บริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์หันมาลงทุนแนวราบแทน เพื่อกระจายความเสี่ยงหลังจากพบว่าแสนสิริเปิดตัวคอนโดแบบไม่เกรงใจใคร และเป็นเจ้าตลาดคอนโดเมื่อปีที่ผ่านมา โดยที่ปี 2556 นี้ 5 บริษัทมหาชนจะเน้นเปิดบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์จะเปิดใหม่ 123 โครงการ มูลค่ากว่าแสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2555 เกือบเท่าตัว(ปี 2555 เปิด 68 โครงการ) เพื่อเป็นการประจายความเสี่ยง เปลี่ยนแปลงทิศทางการแข่งขัน และบางส่วนก็ขยายโครงการไปต่างจังหวัด

          แม้ว่าคอนโดมิเนียมยังคงมีกระแสร้อนแรงอยู่ แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มเทน้ำหนักการพัฒนาโครงการมาที่แนวราบมากขึ้น (บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์) เนื่องการขยายตัวของสาธารณูปโภค อย่างเช่น โครงการระบบขนส่งมวลชนตามชานเมือง และความมั่นใจของผู้ประกอบเกี่ยวกับอุทกภัยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก ประกอบกับที่หลายๆบริษัทเคยชะลอการขึ้นโครงการแนวราบในช่วงต้นปี 2555 อาจปรับแผนมาเปิดในปีนี้แทน

          ทำเลที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้ของ Supalai, Property Perfect ได้แก่ นนทบุรี บางบัวทอง รังสิต ลำลูกกา เนื่องจากยังคงมี Demand แต่อย่างไรก็ตามปัญหาของการพัฒนาที่ดินคือราคาที่ดินขยับขึ้นสูงส่งผลต่อการพัฒนาโครงการ


     


Facebook Comment