Showing posts with label บ้านมือสอง. Show all posts
Showing posts with label บ้านมือสอง. Show all posts

Thursday, August 8, 2013

การเลือกซื้อบ้านมือสอง



จุดที่ต้องสังเกตเมื่อต้องเลือกซื้อบ้านมือสอง

1. สอบถามถึงประวัติของตัวบ้าน เช่น สร้างมากี่ปี มีแบบพิพม์เขียวหรือไม่ ใครเป็นผู้ออกแบบ ใครเป็นผู้ก่อสร้าง ใครเป็นเจ้าของเดิม ย้ำว่าข้อมูลทุกอย่างมีความสำคัญและ สามารถนำมาเป็นข้อมูลประกอบการแก้ปัญหาตัวบ้านได้ในภายหลัง


2. ดูด้วยสายตาโดยรอบตัวบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าตัวบ้านไม่เอียงหรือทรุดตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง หากพบว่าตัวบ้านเอียง ให้คาดคะเนได้เลยว่า ตัวฐานรากใต้ดินมีปัญหา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงพอควร


3. สภาพงานทาสีบนผนังทั้งภายใน ภายนอกว่ามีสีหลุดล่อนเป็นแผ่นๆ หรือสภาพขึ้นราหรือไม่ บางครั้งอาจพบว่าคุณภาพของสีเดิมแย่มากจนมองเห็นรอยแตกลายงาบนผนังได้ ถ้าเจอสภาพแบบนี้ก็คงจะต้องเตรียมเงินค่าทาสีใหม่ทั้งหลังไว้ได้เลย


4. ดูสภาพปูนฉาบบนผนังก่ออิฐ โดยใช้สันเหรียญขูดหนักๆบนผิวผนัง หากเป็นอาคารเก่าประเภทอายุ 30 ปีขึ้นไป เราจะพบว่าปูนฉาบจะหลุดร่วงลงมาเป้นผงแป้ง ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรเตรียมค่าสกัดผิวปูนฉาบ และฉาบปูนใหม่ทั้งหลัง


5. สำหรับบ้านที่มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ในสังเกตเสา คาน และผนังก่ออิฐ โดยทั่วไปว่ามีรอยแตกรอยร้าวหรือไม่ หากพบว่ามีรอบแตกร้าวรูปฟ้าผ่าเป็นแนวเฉียง 45 องศา ให้คาดคะเนไว้ว่าโครงสร้างเสาและฐานรากน่าจะมีปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การทรุดเอียงของตัวบ้านได้ และการแก้ปัญหาลักษณะนี้ก็ค่อนข้างยากเช่นกัน ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปเลือกดูบ้านหลังอื่นๆจะดีกว่า


6. สำหรับบ้านที่มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้สังเกตดูขนาดเสาบ้านที่เหมาะสม เช่น บ้านสองชั้นเสาก็ควรมีขนาด Ø 20 x 20 เซนติเมตร และบ้านสามชั้น เสาก็ควรมีขนาดอย่างน้อย Ø 25 x 25 เซนติเมตรจึงจะดี


7. สำหรับบ้านที่โครงสร้างพื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ดูว่าพื้นชั้นล่างมีการแอ่นตัวหรือไม่ และให้สังเกตดูรอบๆพื้นที่ห้องว่ามีรอยแตกบริเวณมุมผนังชนผิวพื้นหรือไม่ หากพบว่ามี ให้คาดคะเนว่าพื้นห้องดังกล่าวเป็นพื้น ค.สล.ชนิดวางบนดินและดินใต้บ้านอาจเป็นโพรงดิน จึงส่งผลให้เป็นพื้นทรุดตัวตามกันลงไป การแก้ปัญหาแบบนี้ต้องทุบพื้นใหม่ บดอัดดินให้แน่แล้วเทพื้นใหม่อีกครั้ง แต่ทางที่ดีเลือกบ้านแบบที่ใช้พื้นวางบนคานจะสบายใจกว่า


8. หากพบว่าไม้พื้นมีอาการโก่งตัว บิดตัวระเบิดขึ้นมา หรือพบว่ามีคราบน้ำเหนียวผุดขึ้นมาระหว่างรอยยาแนวกระเบื้อง ให้คาดคะเน ว่าใต้อาคารมีความชื้นมากจนซึมทะลุขึ้นมาบนพื้นคอนกรีต ให้เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับแก้ไขด้วยการรื้อวัสดุปูพื้นออกแล้วทาน้ำยาป้องกันความชื้นก่อนปูผิวพื้นใหม่


9. สำหรับงานไม้ต่างๆ เช่น วงกบ หน้าต่าง ประตู ราวบันได บัวพื้น ตลอดจนถึงโครงสร้างที่เป็นไม้ เช่น เสา คาน ตง ให้ตรวจดูว่ามีปลวก มอด แมลงเข้าไปเจาะทำลายมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ปลวกมักเข้าไปทำรังอยู่เป็นอันมาก


10. ดูคราบรอยรั่วในจุดต่างๆ ดังนี้
- รอบวงกบหน้าต่าง ประตู
- ดูฝ้าเพดานชั้นบนสุดของบ้านว่ามีคราบน้ำรั่วที่เกิดจากหลังคารั่วหรือไม่
- ดูฝ้าเพดานใต้พื้นห้องน้ำชั้น 2 –3 ขึ้นไป หากพบว่ามีคราบน้ำรั่ว แสดงว่าท่อระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำรั่วซึม
- ดูฝ้าไต้ชายคารอบนอกบ้านว่าคราบรอยรั่วหรือไม่
- ดูผนังห้องน้ำด้านนอกและด้านในว่ามีคราบน้ำรั่วตามแนวการเดินท่อบ้างหรือไม่
- หากตัวบ้านมีระเบียงหรือ กันสาดบริเวณชั้น 2 ให้สังเกตผูฝ้าเพดานใต้บริเวณดังกล่าวว่ามี คราบน้ำรั่วซึงหรือไม่


11. ดูระบบน้ำดีด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกตัวในบ้านแล้วตรวจดูมิเตอร์น้ำ หากตัวเลขบนมิเตอร์วิ่งแสดงว่ามีจุดนั่วในระบบท่อน้ำดีแน่นอน


12. ตรวจดูสภาพสุขภัณฑ์ต่างๆว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ และหากสภาพทรุดโทรมมากก็ต้องซ่อมแซมกันตั้งแต่ในจุดเล็กๆ เช่น แหวนยางต่างๆ จนถึงการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ เช่น ก๊อกน้ำและวาล์วต่างๆเป็นต้น


13. ตรวจดูสภาพฉนวนหุ้มสายไฟว่ากรอบแตกหรือไม่ และหากเป็นบ้านที่ยังไม่ถูกตัดไฟ ก็ให้ทดลองเปิดเบรกเกอร์จ่ายไฟเข้าสู่ระบบ แล้วดูว่าระบบไฟฟ้าแสงสว่างยังทำงานตามปกติหรือไม่ แต่สภาพอาคารเก่าๆที่อายุ 30 ปีขึ้นไปก็ควรเปลี่ยนสายไฟใหม่ทั้งระบบจะดีกว่า


14. สังเกตดูแนวรั้วบ้านว่าเอียง ทรุด ล้ม หรือบิดเบี้ยวไปหรือไม่ หากพบว่ามีและต้องซ่อมแซม ก็ต้องประเมินว่าต้องมีงานทุบรื้อรั้วในแนวนั้นออกไป และซ่อมแซมฐานรากใหม่ แล้วจึงจัดทำรั้วขึ้นมาใหม่


15. สุดท้าย นอกจากดูตัวบ้านแล้วก็อย่าลืมดูสภาพแวดล้อมด้วยว่าบริเวณข้างเคียงติดกับอะไร เช่น พื้นที่อาจไปติดกับแนวนไม้รกทึบ หรือพื้นที่การค้าประเภทอู่เคาะพ่นสี ก็จะสร้างมลภาวะต่อครอบครัวเราได้เหมือนกัน

ที่มา : หนังสือ “คู่มือปลูกบ้าน” โดย คุณศักดา ประสานไทย โดยสำนักพิมพ์บ้านและสวน 
ที่มา : กระทู้พันทิป

Tuesday, July 16, 2013

พื้นที่จำกัด ก็จัดสวนสวยได้

ใส่พื้นที่สีเขียวเล็กๆ ให้กับบ้านหลังน้อย

เป็นพื้นที่ว่างสำหรับพักผ่อนของครอบครัวได้ดีทีเดียว

สำหรับคนชอบดอกไม้ สีตัดกับสนามหญ้าดีจริงๆ

จัดสวนแนวตั้ง


มีบ่อน้ำเข้ามาเสริม แต่แบบนี้น่าจะปูหญ้าซะหน่อย

          แบบการจัดสวนที่นำมาให้ดูก็คงเป็นแนวคิดเบื้องต้นให้ผู้ที่ชอบแต่งบ้านนำไปใช้ได้จริงๆ ทำได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว โดยเฉพาะหลังมุม (ในโครงการจัดสรร) จะมีพื้นที่จัดสวนมากกว่าหลังอื่น ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจซื้อพื้นที่เพิ่มมาแล้ว ก็ควรจัดตกแต่งใส่ Idea ความคิดสร้างสรรค์ของคุณลงไปให้เต็มที่ เพื่อความสุขของคนในบ้านคุณนั่นเอง



ที่มา : Forfur

Monday, May 13, 2013

Money Expo'13 สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 0%

          


          กลับมาอีกครั้งกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan) ดอกเบี้ยสำหรับคนซื้อบ้าน 0% นาน 8 เดือน โดย ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ทั้งนี้วงเงินมีจำนวนจำกัด และที่สำคัญคือเฉพาะในงาน Money Expo เท่านั้น ซึ่งจัดไปแล้ว 9-12 พฤษภาคม 2556 

          สรุปโปรโมชั่น ธอส. ดังนี้
  • 0% นาน 8 เดือน 
  • เดือนที่ 9-24 MRR-2%
  • ปีที่ 3 ตลอดจนอายุสัญญา ลูกค้าสวัสดิการ MRR-1%, ลูกค้าทั่วไป MRR-0.5%
  • ได้รับค่ายกเว้นค่าประเมินทรัพย์สิน
  • กู้ได้ทั้งซ่อมแซม ปลูกสร้าง และไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น

          โปรโมชั่นดีๆอย่างนี้น่าจะจัดยาวๆหน่อยนะครับ เพื่อเอาใจคนซื้อบ้าน หลายคนต้องการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อสร้างความฝันของช่วยสร้างความฝันของคนอยากมีบ้านให้เป็นจริง อย่างไรก็ตามฝากทาง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รับไปพิจารณาด้วย

ที่มา : kobkid.com

Friday, March 8, 2013

Bangkok Metropolitan 2013



          รู้หรือไม่ Bangkok หรือ กรุงเทพฯ มีสถานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ภายใต้พรบ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทมหานคร พ.ศ. 2528 มีข้อมูลบางอย่างที่คุณอาจรู้ ซึ่งมีความน่าสนใจมาก ดังนี้
  • กรุงเทพฯ มีประชากรที่จดทะเบียนอยู่ 5.7 ล้านคน (รวมประชากรแฝงจะเป็น 10 ล้านคน)
  • กรุงเทพฯ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 50 เขต 169 แขวง ผู้ว่าราชการฯ มาจากการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) จำนวน 61 คน สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) 361 คน
  • รายรวมในปี 2555 เท่ากับ 55,000,000,000 บาท
  • สถิติปี 2555 พบว่ามีคดีอาชญากรรม 160,811 คดี แบ่งเป็นยาเสพติด 64,363 คดี เด็ก คนชรา 9,476 คดี นักท่องเที่ยวต่างชาติ 233 คดี และอัคคีภัย 25 คดี
HOUSEHOLD INCOME
  • ข้อมูลปี 2543 ชาวกรุงเทพฯ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือน 26,909 บาท หรือรายได้เฉลี่ยต่อคน 8,154 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน 20,448 บาท หรือต่อคน 6,284 บาท โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายตอรายได้เท่ากับ 76%
ECONOMICS
  • กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นมหานครอันดับ 15 ของโลก
  • กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางทางการเงินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • GDP 25% ของประเทศมาจากกรุงเทพฯ
PUBLIC TRANSPORTATION
  • BTS : เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย ลงทุนโดยเอกชน 100% ริเริ่มโดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2535 เปิดใช้เมื่อปี 2542 ระยะทาง 17 กิโลเมตร มีชื่อพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ๖ พระชนมพรรษา สาย ๑"
  • BTS : ระยะทางรวม 30.95 กิโลเมตร 30 สถานี ให้บริการได้มากกว่า 1,000 คนต่อขบวน 
  • MRT : รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล นิยมเรียกว่ารถไฟฟ้าใต้ดิน เริ่มก่อสร้างปี 2542 เปิดใช้อย่างเป็นทางการ 3 กรกฎาคม 2547 ระยะทางรวม 21 กิโลเมตร 18 สถานี
  • BRT : Bus Rapid Transit  เป็นรถที่ประหยัดเวลา สะดวกสบาย และมีความปลอดภัยสูง มีจำนวน 12 สถานี BRT 1 คันรองรับคนได้ 80 คน
  • Airport Link : รถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มสร้างปี 2549 เปิดใช้อย่างเป็นทางการ 23 สิงหาคม 2553 มีรถความเร็วสูงบริการ 15 นาที จากมักกะสัน ถึง สุวรรณภูมิ  
TRAFFIC  
  • ประชากรในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่น แรงงานเข้าสู่ตัวเมือง เกิดปัญหาระบบขนส่งมวลชน
  • กรุงเทพฯ มีพื้นที่ถนนเพียง 10% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด
  • Tokyo หรือ โตเกียว มีพื้นที่ถนน 23% 
  • New York หรือ นิวยอร์ก มีพื้นที่ถนน 38%
  • Taxi จำนวน 107,204 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • ตุ๊ก ตุ๊ก จำนวน 8,997 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • มอเตอร์ไซค์วิน จำนวน 56,251 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • รถยนต์ส่วนบุคคล จำวน 7,523,381 คัน คือยอดจดทะเบียนถูกต้อง และวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน
TOURISM 
  • จากเว็บไซต์ยูโรมอนิเตอร์ ปี 2549 พบว่า กรุงเทพฯมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากกรุงลอนดอน)
  • จากนิตยสาร ทราเวลแอนด์เลเซอร์ กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกปี 2551, 2553, 2554 และ 2555 
  • ตลาดนัดจตุจักร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • พื้นที่สีเขียวปี 2553 ในกรุงเทพฯ มี 23,378,480.64 ตารางเมตร เทียบกับจำนนประชากรแล้ว 4.09 ตารางเมตรต่อคน (องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 9 ตารางเมตรต่อคน)





ที่มา : ภาพจาก Internet
ที่มา : Aday Bulletin [Issue 239 : 15-21 Feb 2013]

Monday, February 18, 2013

บ้านมือสอง คอนโดเก่า ยอดขายพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

          


          ข้อมูลจากฝ่ายสินเชื่อธนาคารไทยพาณิชย์ SCB พบว่ายอดการกู้สินเชื่อบ้านมือสองเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากโครงการใหม่ราคาขยับขึ้นสูงตามต้นทุน โดยที่จุดแข็งของบ้านมืองสอง คือ สภาพสังคมความเป็นอยู่ ทำเลที่ในเมืองมากกว่า ขณะที่บ้านโครงการใหม่ราคาเท่ากัน แต่ต้องขยับออกไปนอกเมืองมากกว่า

          โดยปกติยอดการขอสินเชื่อบ้านมือสองของ SCB ยังมีน้อยอยู่แค่ 5% ของยอดการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่ปัจจุบันเริ่มสูงขึ้น ทาง SCB จึงจับมือกับ ERA (บิ๊กนายหน้าอสังหาริมทรัพย์) จัดตั้งทีมสินเชื่อเพื่อบริการลูกค้าบ้านมือสองโดยเฉพาะ พร้อมกับเพิ่มวงเงินในการตกแต่งบ้านอีกด้วย นางสาว พิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ SCB กล่าว

          ทางด้าน ERA นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานบริการ เปิดเผยว่า บ้านมืองสองได้รับความนิยมจริงๆทั้งด้านอยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุน

          โครงการคอนโดมิเนียมมือสองมีสัดส่วนการขาวสูงขึ้นจาก 6% เป็น 20% ประมาณ 3 เท่าตัว สำหรับยอดขายในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 2,000 ยูนิต แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 49% นนทบุรีและปทุมธานี 30% และพื้นที่ต่างจังหวัด 21% ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจออกไปยังส่วนภูมิภาคมากขึ้น  


ที่มา : ภาพจาก Internet

Facebook Comment