Showing posts with label Bangkok. Show all posts
Showing posts with label Bangkok. Show all posts

Thursday, June 9, 2016

อสังหาฯไตรมาส 2 "แผ่ว" หลังหมดมาตรการรัฐ


อสังหาฯไตรมาส2แผ่วหลังหมดมาตรการรัฐ ( 08 June 2016 )



แมกโนเลีย-เอพี ระบุอสังหาฯ หลังสิ้นสุดมาตรการจูงใจภาครัฐ ตลาดแผ่ว หวังไตรมาส 3 "ยอดขาย-ยอดโอน" ขยับ

นายถนอมศักดิ์ แก้วเขียว รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังเดือน เม.ย. ซึ่งสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ในส่วนของการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% พบว่าภาพรวมของตลาดในแง่ยอดขายและยอดโอนลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่กำลังซื้อบางส่วน ในไตรมาส 2 ได้ถูกกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อ เร็วขึ้น

อย่างไรดี คอนโดมิเนียมแนวเส้นรถไฟฟ้าสายหลักอย่างบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที ยังมียอดขายที่ดี เพราะเป็นทำเลศักยภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค สะท้อนจากยอดขายโคงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดาลาดพร้าว มียอดขายแล้วมากกว่า 75% ขณะที่ โครงการคอนโดมิเนียม วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ' ติดรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตลาดพลู เปิดขายช่วงต้นปี มียอดขายแล้ว กว่า 90% โดยมีสัดส่วนลูกค้าเป็นลูกค้าคนไทย 98% ล่าสุดบริษัทจัดโปรโมชั่นส่วนลดทั้ง 2 โครงส่วน คาดจะสามารถปิดการขายได้ภายใน เดือนก.ค.นี้

คาดการณ์ว่าไตรมาส 3 ตลาดจะ ขยายตัว โดยคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดี มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีองค์ประกอบโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง เดินทางสะดวก ติดหรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้าใต้ดินแบบเดินถึงในระยะใกล้ องค์ประกอบในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในโครงการและรอบบริเวณ ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนในยุคปัจจุบันต้องการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน (work-life balance) แบบมีคุณภาพมากขึ้น

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจ คอนโดมิเนียม 1และกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ โดยรวมในช่วงกลางไตรมาส 2 หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ อาจ ชะลอไปบ้าง เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านพร้อมเข้าอยู่ได้ถูกกระตุ้นและตัดสินใจซื้อไปในช่วงต้นในบางเซกเมนต์ เช่น บ้านในระดับกลาง-ล่าง

ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทำการตลาดเชิงรุกทั้งกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้ลูกค้าอย่าง ต่อเนื่อง เพราะเห็นแล้วว่าได้ผลดี

"เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคในช่วง เวลานี้ ที่จะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในราคา ต้นทุนที่ไม่สูงมาก เพราะเชื่อว่าเมื่อ เศรษฐกิจกลับมาสดใสอีกครั้ง ราคาบ้าน จะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนที่ดิน และวัสดุก่อสร้าง"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, REIC

Tuesday, July 1, 2014

คอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ มิ.ย.เดือนเดียว พุ่ง 7,000 ยูนิต




ตลาดคอนโดกระเตื้อง หลังการเมืองนิ่ง "คอลลิเออร์ส"ระบุยอดเปิดตัวคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ มิ.ย.เดือนเดียว พุ่ง 7,000 ยูนิต ดันทั้งปีมีโอกาสแตะ 5 หมื่นยูนิต มากกว่าคาดการณ์ 1 หมื่นยูนิต

นายไทรมั่น ลัญฉน์ดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหา- ริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว หลังจากผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นได้จากการประกาศพร้อมเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ของปีนี้ ขณะเดียวกันกำลังซื้อเริ่มกลับมา เห็นได้จากยอดขายที่เริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

แม้ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การเปิดตัว โครงการและการซื้อขาย โดยเฉพาะตลาดคอนโด มิเนียม เปิดขายใหม่เพียง 16,167 ยูนิต ลดลง 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายใหม่จำนวน 21,215 ยูนิต อย่างไรก็ตามตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวเร็วมาตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

เห็นได้จากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ เดือนมิ.ย. มีจำนวนถึง 7,000 ยูนิต ถือว่ามีจำนวนมากกว่าเดือนเม.ย.และพ.ค. ที่มีจำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 5,800 ยูนิต ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 2 ปี2557 มีคอนโด มิเนียมเปิดใหม่มากถึง 12,800 ยูนิต แต่หากย้อน กลับไปดูในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาจะพบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 10,119 ยูนิต ฉะนั้น จึงประเมินว่าคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ใกรุงเทพฯ ทั้งปี 2557 จะอยู่ระดับ 50,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 40,000 ยูนิต

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหลังการเมืองคลี่คลายจนทำให้กำลังซื้อ ดีขึ้น บริษัทจึงได้ปรับแผนการลงทุนใหม่อีกครั้ง มีมูลค่าลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท โดยช่วงกลางเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป บริษัทจะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ 4 แห่ง มูลค่าขายรวม 8,000 ล้านบาท

"บริษัทจะปรับแผนลงทุนไปตามสถาน การณ์ในช่วงไตรมาส 1 การเมืองผันผวนหนักเราเลือกที่จะชะลอ บริษัทมองว่าตลาดได้ผ่านจุด ต่ำสุดไปแล้ว ขณะนี้มีสัญญาณหลายๆอย่างดีขึ้น ทั้งในแง่ความมั่นใจผู้บริโภคและกำลังซื้อที่ดีขึ้น"

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกมาก เพราะผู้ประกอบการเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากครึ่งปีแรกชะลอตัวมากกว่า 40% ทั้งในแง่การเปิดตัวและการซื้อขาย ขณะที่ในส่วนของเพอร์เฟคฯ เรามีคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ใหม่ 4 โครงการ บนทำเลใจกลางเมือง ยังไม่รวมแบรนด์เดิมที่เป็นคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่างอย่างแบรนด์ไอคอนโดอีกประมาณ 8 โครงการ

ที่มา Kobkid.com 
วันที่ 30 มิถุนายน 2557

Tuesday, February 4, 2014

ทิศทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2557



Real Estate Investment in Thailand 2014

ทิศทางการลงทุนจะเป็นอย่างไร ภาครัฐและภาคเอกชนควรปรับตัวอย่างไร ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้จัดทำผลสรุปล่าสุด มานำเสนอดังนี้:

1. ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อปี พ.ศ.2556 ทั้งปีมีโครงการเปิดตัวใหม่ถึง 475 โครงการ รวม 131,645 หน่วย รวมมูลค่า 385,447 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วโครงการหนึ่งมีขนาด 277 หน่วย มูลค่า 881 ล้านบาท นับว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่พอสมควร

2. ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการพัฒนาในปี พ.ศ.2556 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2555 ถึง 29% ทั้งนี้เป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตด้วยดี ยกเว้นในช่วง 1-2 เดือนล่าสุดที่มีปัญหาการชะงักงันทางเมือง ทำให้ยอดเปิดตัวโครงการชลอลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2556

3. ราคาขายต่อหน่วย ณ ปี พ.ศ.2556 อยู่ที่ 2.928 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกันมากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (2554-2556) การนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดเน้นการพัฒนาในระดับปานกลาง สินค้าระดับราคาเกิน 3 ล้านบาท มีโอกาสขายได้น้อย ส่วนสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สามารถซื้อไว้ลงทุนและใช้สอยได้ดี ราคาวัสดุก่อสร้างไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาที่อยู่อาศัยแต่อย่างใดเลย

4. ในจำนวนและมูลค่าที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2556 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท เพียงรายเดียว ครองอันดับเปิดตัวโครงการมากที่สุดถึง 51 โครงการ จำนวน 21,541 หน่วย รวมมูลค่าถึง 43,145 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าบริษัทนี้มีสัดส่วนหน่วยขายหมดในตลาดถึง 16.4% หรือหนึ่งในหกของทั้งตลาด และหากในกรณีมูลค่าก็ประมาณ 11.2% หรือหนึ่งในเก้าของทั้งตลาดนี่เอง

5. ในจำนวนหน่วยขายที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด 51.4% หรือครึ่งหนึ่งของทั้งตลาดนั่นเอง และหากพิจารณาจากมูลค่าสินค้าที่เสนอออกมาในปี พ.ศ. 2556 บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก ตลาดรวมกันถึง 48%

6. บริษัทมหาชนและบริษัทในเครือรวมประมาณ 50 บริษัท ครองส่วนแบ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในปี พ.ศ.2556 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกันถึง 68% ในแง่ของมูลค่า หรือ 69% ในแง่ของจำนวนหน่วย ที่เหลือเป็นของบริษัทรายย่อยนอกตลาดหลักทรัพย์ การนี้แสดงให้เห็นว่า รายใหญ่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ามีใครหรือรายใดรายหนึ่งสามารถชี้นำหรือครองงำตลาดได้

7. ทำไม บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท จึงยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ทั้งที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นเดียวกับนักพัฒนาที่ดินรายอื่นในปี พ.ศ.2540-2542 และยังพบวิกฤติน้ำท่วมปลายปี พศ.2554 ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะนอกจากทำแทบทุกทำเลเช่นเดียวกับ บมจ.แลนด์แอนด์เฮาส์ ซึ่งเคยเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในอดีต ยังพัฒนาที่อยู่อาศัยแทบทุกระดับราคา ทำให้มีฐานที่ใหญ่ ประกอบกับการมีเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ดี มีระบบการบริหาร-จัดการที่ดีและระดมมืออาชีพเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

8. หากเปรียบเทียบกับการเคหะแห่งชาติ นับแต่ พ.ศ.2519 ถึงกันยายน 2555 สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ 141,863 หน่วย (ไม่รวมบ้านเอื้อาทร 264,767 หน่วย) ในขณะที่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ณ เดือนสิงหาคม 2555 บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท แห่งเดียวก็ผลิตได้ถึง 116,948 หน่วย รวมมูลค่า 208,674 หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.784 ล้านบาท แม้จะน้อยกว่าเล็กน้อยในแง่จำนวนหน่วย แต่ในแง่มูลค่ารวมน่าจะสูงกว่าสินค้าของการเคหะแห่งชาติเสียอีก จึงนับเป็นความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งที่เฉพาะในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท ผลิตสินค้าบ้านได้จำนวนใกล้เคียงกับการเคหะแห่งชาติที่ใช้เวลาผลิตถึง 40 ปี โดยทางราชการไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณใดๆ อุดหนุนเลย

9. ในปี 2557 คาดว่าจะมีหน่วยขายเปิดใหม่ไม่เกิน 100,000 หน่วย รวมมูลค่าไม่เกิน 300,000 ล้านบาท หรือลดลงจากปี พ.ศ.2556 ประมาณ 25-30% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชลอลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักงันในการลงทุนภาครัฐในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งยังอาจมีความยุ่งยากทางการเมืองไปอีก 3-6 เดือน ทำให้การลงทุนภาครัฐชลอไปอีกครึ่งปีถึง 1 ปี

10. สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการก็คือการทบทวนลดเป้าการลงทุนใหม่ การพยายามผ่องถ่ายขายทรัพย์ออกโดยเร็ว และทำการสำรวจวิจัยให้ดีก่อนการลงทุน สำหรับภาครัฐ ควรสร้างระบบคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภคภาคบังคับแก่บริษัทพัฒนาที่ดินทุกแห่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับระบบตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม การควบคุมอุปทานโดยการเพิ่มอัตราเงินดาวน์ เพื่อลดการเก็งกำไรระยะสั้น รวมทั้งการพยายามขายทรัพย์สินมือสองให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ผ่านกรมบังคับคดี สถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลทรัพย์ที่เปิดเผยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี พ.ศ. 2557 จึงหลีกไม่พ้นประเด็นทางการเมือง เพราะทุกวันนี้การจัดกิจกรรมทางการตลาด ไม่ค่อยได้ผล เพราะการเมืองกำลังมาแรง จนดึงความสนใจของประชาชนออกไป และนักลงทุนคงไตร่ตรองแล้วที่จะ "กำเงิน" ไว้ก่อน ดูลู่ทางที่ดีในอนาคตดีกว่าเสี่ยงลงทุนในขณะนี้


ที่มา : AREA แถลง ฉบับที่ 16/2557: 3 กุมภาพันธ์ 2557

Monday, December 2, 2013

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ลดดอกเบี้ย



ผู้กู้บ้านเตรียมเฮ บอร์ด ธอส.ประชุมลดดอกเบี้ยตาม กนง. หวังลดภาระการผ่อนค่างวดช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับจะส่งผลดีต่อฐานะของธนาคารด้วยคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น



นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่อพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้และ เงินฝาก เพราะธนาคารของรัฐได้หารือร่วมกันแล้ว เห็นว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ลงหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งจะช่วยลดภาระให้แก่ผู้กูในช่วงท้ายปีประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง น่าจะเป็นผลดีกับลูกค้าโดยที่ไม่กระทบต้นทุนของธนาคาร



การปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อลงยังจะส่งผลดีต่อฐานะของธนาคารด้วย เพราะคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น จากภาระผ่อนชำระที่ลดลง ซึ่งจะช่วยให้สามารถ ลดระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ได้ หลังจากที่ธนาคารสามารถลดเอ็นพีแอลลงเหลือ 6.71% คิดเป็น 48,506 ล้านบาทลดลงถึง 10% ด้วยการขายเอ็นพีแอล 8,114 ล้านบาท ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)



สำหรับเป้าหมายสินเชื่อในปี 2557 ตั้งเป้าไว้ที่ 1.3 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2557 จะขยายตัว 8-10% และสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยรวมจะขยายตัว 5% ซึ่ง ธอส.ก็ตั้งเป้ามากกว่าระบบรวมเล็กน้อย โดยตั้งเป้าที่จะขยายไปยังภูมิภาคมากขึ้น จากความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็น แนวเชื่อมต่อกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี)



"ช่วงที่ผ่านมา สินเชื่อในเขต กทม. และปริมณฑลยังขยายตัวไม่มากเท่าสินเชื่อ ในเขตภูมิภาค เนื่องจากการขยายตัวของ หัวเมืองใหญ่ในเขตชายแดนที่เติบโตตามการขยายตัวของการค้าในเขตเออีซี และการ คาดการณ์ว่าเมืองจะเจริญตามแนวก่อสร้าง เส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง" นางอังคณากล่าวและว่า ปัจจุบันสินเชื่อในเขตภูมิภาคมีสัดส่วนถึง 60% ขณะที่สินเชือ กทม.มีสัดส่วน 40%



ส่วนเหตุการณ์ไม่สงบใน กทม.ขณะนี้ จะไม่กระทบกับการปล่อยสินเชื่อมากนัก เพราะธนาคารก็เน้นปล่อยสินเชื่อในต่างจังหวัดอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาคอีสานและตะวันออก ที่อสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ดี


ที่มา : REIC [02 12 13]

Thursday, September 19, 2013

Key Economic Indicators : Asia [Thailand]



Thailand


As the second-largest economy within ASEAN, the outlook for Thailand is bright. Described by the World Bank as “one of the great development success stories” for its progress in social and economic development, the country remains on an upward trajectory.



Source : Raimon Land

Thursday, August 22, 2013

AEC กับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (AEC and Real Estate Investment)




          เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) พิจารณาจากข้อมูลตารางข้างต้นแล้วประเทศที่น่าลงทุนที่สุด น่าจะเป็นประเทศไทยนะครับ ด้วยคำว่า การถือครอง นี่มันเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญในการลงทุนระยะยาวมากๆ 
          สำหรับนักลงทุนไทยที่มองหาประเทศลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในต่างแดน คือ เวียดนาม และ ลาว   สิ่งที่ต้องระวัง คือ กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนตัวเชื่อว่าแต่ละประเทศจะมีกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป ดูอย่างประเทศไทยยังมีผู้ประกอบการรายใหญ่ยังพลาดให้กับกฎหมายควบคุมอาคารของไทยจนส่งผลต่อการก่อสร้าง ดังนั้นผู้ประกอบการที่จะลงทุนใน AEC จึงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็น 2 เท่า




ที่มา : Agency for Real Estate Affairs [AREA]

Friday, August 9, 2013

โครงการ NYE by Sansiri BTS วงเวียนใหญ่



ข้อมูลโครงการ

NYE by Sansiri ตั้งอยู่ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีวงเวียนใหญ่ 150 เมตร เจ้าของโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 

พื้นที่โครงการ 3-2-32 ไร่ โครงการเป็นตึกสูง 30 ชั้น 2 อาคาร จำนวนทั้งหมด 636 ยูนิต มีที่จอดรถให้ประมาณ 50% ส่วนกลางแบ่งเป็น 2 อาคารอยู่ชั้น 7 มีห้องสมุด สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และสวนพักผ่อน แบบห้องมี 1 ห้องนอนขนาด 30-43 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 59-68 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน Duplex ขนาด 63-64 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท หรือ 100,000 บาทต่อตารางเมตร (ราคาเดือนกุมภาพันธ์ 2556)


Price (ราคา) 

โครงการคอนโดเปิดใหม่ ราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตรใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสที่เปิดใช้งานแล้วเพียง 150 เมตร ถือว่าไม่แพงครับน่าสนใจมากทีเดียว เทียบกับคู่แข่งที่ตั้งในทำเลเดียวกัน ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว 

Location (ทำเลที่ตั้ง) 

ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เพียง 150 เมตรเป็นจุดขายสำคัญสำหรับโครงการ NYE วงเวียนใหญ่ นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ถนนกรุงธนบุรีสะดวกสำหรับผู้ใช้รถส่วนตัววิ่งไปราชพฤกษ์ก็สะดวก เข้าตัวเมืองถนนสาทรก็ง่ายนิดเดียว อีกอย่างแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้มีมากทีเดียวทั้งโครงการ Community mall ของเสนาฯ โครงการ Skywalk ทางเชื่อมต่อสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วพื้นที่โดยรอบยังประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานมากมาย 

Project and Design (รูปแบบโครงการ และการออกแบบ) 

ตัวอย่างอาคารใช้ Concept “Gold” เป็นโครงการระดับบนของแสนสิริ ออกแบบได้สวยงาม ยิ่งชั้นสูงๆขึ้นไปจะยิ่งมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยลง แน่นอนว่าราคาสูงขึ้น สำหรับแบบห้องส่วนใหญ่เป็น 1 ห้องนอน 35 ตารางเมตร ประตูมี Digital Door Lock ของ Yale แอร์ฝังฝ้า Counter Top ครัวเป็นแกรนิตสีดำ พื้นห้องครัวเป็นแกรนิตโต้ ห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นลามิเนต ตรงระเบียงมีที่วางคอมฯแอร์ให้ ระแนงไม้กั้นเรียบร้อย รับวิวเต็มที่ ด้วยขนาดที่เป็นภาวะน่าสบายเหมาะกับการพักผ่อน และอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ประกอบกับวัสดุคุณภาพแล้วทำให้ชีวิตดูดีมีระดับขึ้นมาทันที 

Facilities (ส่วนกลาง/สิ่งอำนวยความสะดวก) 

แสนสิริโครงการนี้เน้นสระขนาดใหญ่ และสวนส่วนกลางหลักๆอยู่ชั้น 7 ยังมีส่วนกลางกระจายไปอยู่ตามชั้นต่างๆอีก เช่นชั้น 19 และชั้นบนสุดแต่เป็นสวนขนาดย่อมน่าสนใจดีครับ 



My Note 

แนะนำซื้อเพื่ออยู่อาศัยครับ ทำเลดี ราคาไม่สูง การออกแบบใช้ Green Architect Vertical Garden ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ สามารถเลือกได้ทั้งวิวโล่งๆอย่างราชพฤกษ์ และวิวเมืองสีลม สาทร และแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงนี้แล้วต่อความชอบของแต่ละบุคคลครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม : Sansiri

Thursday, August 8, 2013

โครงการ Condolette Midst Rama9



ข้อมูลโครงการ

Condolette Midst Rama9 ถนนพระราม 9 (ตรงข้ามเซ็นทรัล พระราม 9) รถไฟใต้ดินสถานี พระราม 9 โดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

อาคารชุดสูง 30 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 433 ยูนิต พื้นที่โครงการ 2-0-87 ไร่ มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวน ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว พร้อมที่จอดรถประมาณ 40% แบบห้องจะเป็น สตูดิโอ-3 ห้องนอน ขนาด 21-78 ตารางเมตร 2,300,000 บาท หรือ 130,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดขาย เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 คาดว่าจะสร้างเสร็จเดือนกันยายน 2559

Price (ราคา)

ถ้าพูดถึงราคาต่อตารางเมตร Condolette Midst Rama9 ค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่งที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ทั้ง Aspire (105,000 บ/ตร.ม.) และ Ideo Mobi Rama9 (125,000 บ/ตร.ม.) แต่เมื่อพิจารณาที่ราคาต่อยูนิตแล้วทำให้ Condolette มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า จึงเป็นจุดขายอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของโครงการ

Location (ทำเลที่ตั้ง)

ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 เดินทางสะดวก ตัวอาคารอยู่ตรงกลางระหว่างโครงการ Ideo Mobi และ Aspire Rama9 ใกล้ห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ใกล้โครงการ Grand Rama9 ที่ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ถือว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดในย่านรัชดา

Project and Design (รูปแบบโครงการ และการออกแบบ)

แบบ 1 ห้องนอน 34 ตารางเมตรออกแบบว่าค่อนข้างดีแนะนำ แบบห้อง C3 C4 และ จะได้ทิศ City View และ โครงการ Grand Rama 9 ไม่โดนบล็อควิวเพราะเป็นตำแหน่งมุมสุดยอดจองเลยครับ

Facilities (ส่วนกลาง/สิ่งอำนวยความสะดวก)

ส่วนกลางโครงการถูกจัดให้อยู่ชั้น 8 หันหน้าไปทางทิศตะวันออก(ปั๊มแก็ส) ด้านบนสุดของตัวอาคารเป็นสวนพักผ่อน ซึ่งได้รับการออกแบบที่ค่อนข้างสวยงามถือว่าทางพฤกษาฯ ทำออกมาดีทีเดียว



My Note

โครงการ Condolette Midst Rama9 ราคาต่อตารางเมตร สูงกว่า คู่แข่งบริเวณเดียวกัน แต่ราคาต่อยูนิต ต่ำกว่า ถ้าอยากได้ห้องราคาถูกแนะนำทิศตะวันตก(Ideo Mobi) เพราะราคาต่างกับทิศตะวันออก(ปั๊มแก็ส) ประมาณ 200,000 บาท แม้ว่าจะถูกบดบังวิวจากโครงการ Ideo Mobi แต่จะได้วิวสระ วิวสวนของ Ideo Mobi มาทดแทน



ที่มา : Condolette Midst Rama9 , วันที่ 9 กรกฎาคม 2556

การเลือกซื้อบ้านมือสอง



จุดที่ต้องสังเกตเมื่อต้องเลือกซื้อบ้านมือสอง

1. สอบถามถึงประวัติของตัวบ้าน เช่น สร้างมากี่ปี มีแบบพิพม์เขียวหรือไม่ ใครเป็นผู้ออกแบบ ใครเป็นผู้ก่อสร้าง ใครเป็นเจ้าของเดิม ย้ำว่าข้อมูลทุกอย่างมีความสำคัญและ สามารถนำมาเป็นข้อมูลประกอบการแก้ปัญหาตัวบ้านได้ในภายหลัง


2. ดูด้วยสายตาโดยรอบตัวบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าตัวบ้านไม่เอียงหรือทรุดตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง หากพบว่าตัวบ้านเอียง ให้คาดคะเนได้เลยว่า ตัวฐานรากใต้ดินมีปัญหา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงพอควร


3. สภาพงานทาสีบนผนังทั้งภายใน ภายนอกว่ามีสีหลุดล่อนเป็นแผ่นๆ หรือสภาพขึ้นราหรือไม่ บางครั้งอาจพบว่าคุณภาพของสีเดิมแย่มากจนมองเห็นรอยแตกลายงาบนผนังได้ ถ้าเจอสภาพแบบนี้ก็คงจะต้องเตรียมเงินค่าทาสีใหม่ทั้งหลังไว้ได้เลย


4. ดูสภาพปูนฉาบบนผนังก่ออิฐ โดยใช้สันเหรียญขูดหนักๆบนผิวผนัง หากเป็นอาคารเก่าประเภทอายุ 30 ปีขึ้นไป เราจะพบว่าปูนฉาบจะหลุดร่วงลงมาเป้นผงแป้ง ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรเตรียมค่าสกัดผิวปูนฉาบ และฉาบปูนใหม่ทั้งหลัง


5. สำหรับบ้านที่มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ในสังเกตเสา คาน และผนังก่ออิฐ โดยทั่วไปว่ามีรอยแตกรอยร้าวหรือไม่ หากพบว่ามีรอบแตกร้าวรูปฟ้าผ่าเป็นแนวเฉียง 45 องศา ให้คาดคะเนไว้ว่าโครงสร้างเสาและฐานรากน่าจะมีปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การทรุดเอียงของตัวบ้านได้ และการแก้ปัญหาลักษณะนี้ก็ค่อนข้างยากเช่นกัน ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปเลือกดูบ้านหลังอื่นๆจะดีกว่า


6. สำหรับบ้านที่มีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้สังเกตดูขนาดเสาบ้านที่เหมาะสม เช่น บ้านสองชั้นเสาก็ควรมีขนาด Ø 20 x 20 เซนติเมตร และบ้านสามชั้น เสาก็ควรมีขนาดอย่างน้อย Ø 25 x 25 เซนติเมตรจึงจะดี


7. สำหรับบ้านที่โครงสร้างพื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ดูว่าพื้นชั้นล่างมีการแอ่นตัวหรือไม่ และให้สังเกตดูรอบๆพื้นที่ห้องว่ามีรอยแตกบริเวณมุมผนังชนผิวพื้นหรือไม่ หากพบว่ามี ให้คาดคะเนว่าพื้นห้องดังกล่าวเป็นพื้น ค.สล.ชนิดวางบนดินและดินใต้บ้านอาจเป็นโพรงดิน จึงส่งผลให้เป็นพื้นทรุดตัวตามกันลงไป การแก้ปัญหาแบบนี้ต้องทุบพื้นใหม่ บดอัดดินให้แน่แล้วเทพื้นใหม่อีกครั้ง แต่ทางที่ดีเลือกบ้านแบบที่ใช้พื้นวางบนคานจะสบายใจกว่า


8. หากพบว่าไม้พื้นมีอาการโก่งตัว บิดตัวระเบิดขึ้นมา หรือพบว่ามีคราบน้ำเหนียวผุดขึ้นมาระหว่างรอยยาแนวกระเบื้อง ให้คาดคะเน ว่าใต้อาคารมีความชื้นมากจนซึมทะลุขึ้นมาบนพื้นคอนกรีต ให้เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับแก้ไขด้วยการรื้อวัสดุปูพื้นออกแล้วทาน้ำยาป้องกันความชื้นก่อนปูผิวพื้นใหม่


9. สำหรับงานไม้ต่างๆ เช่น วงกบ หน้าต่าง ประตู ราวบันได บัวพื้น ตลอดจนถึงโครงสร้างที่เป็นไม้ เช่น เสา คาน ตง ให้ตรวจดูว่ามีปลวก มอด แมลงเข้าไปเจาะทำลายมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ปลวกมักเข้าไปทำรังอยู่เป็นอันมาก


10. ดูคราบรอยรั่วในจุดต่างๆ ดังนี้
- รอบวงกบหน้าต่าง ประตู
- ดูฝ้าเพดานชั้นบนสุดของบ้านว่ามีคราบน้ำรั่วที่เกิดจากหลังคารั่วหรือไม่
- ดูฝ้าเพดานใต้พื้นห้องน้ำชั้น 2 –3 ขึ้นไป หากพบว่ามีคราบน้ำรั่ว แสดงว่าท่อระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำรั่วซึม
- ดูฝ้าไต้ชายคารอบนอกบ้านว่าคราบรอยรั่วหรือไม่
- ดูผนังห้องน้ำด้านนอกและด้านในว่ามีคราบน้ำรั่วตามแนวการเดินท่อบ้างหรือไม่
- หากตัวบ้านมีระเบียงหรือ กันสาดบริเวณชั้น 2 ให้สังเกตผูฝ้าเพดานใต้บริเวณดังกล่าวว่ามี คราบน้ำรั่วซึงหรือไม่


11. ดูระบบน้ำดีด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกตัวในบ้านแล้วตรวจดูมิเตอร์น้ำ หากตัวเลขบนมิเตอร์วิ่งแสดงว่ามีจุดนั่วในระบบท่อน้ำดีแน่นอน


12. ตรวจดูสภาพสุขภัณฑ์ต่างๆว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ และหากสภาพทรุดโทรมมากก็ต้องซ่อมแซมกันตั้งแต่ในจุดเล็กๆ เช่น แหวนยางต่างๆ จนถึงการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ เช่น ก๊อกน้ำและวาล์วต่างๆเป็นต้น


13. ตรวจดูสภาพฉนวนหุ้มสายไฟว่ากรอบแตกหรือไม่ และหากเป็นบ้านที่ยังไม่ถูกตัดไฟ ก็ให้ทดลองเปิดเบรกเกอร์จ่ายไฟเข้าสู่ระบบ แล้วดูว่าระบบไฟฟ้าแสงสว่างยังทำงานตามปกติหรือไม่ แต่สภาพอาคารเก่าๆที่อายุ 30 ปีขึ้นไปก็ควรเปลี่ยนสายไฟใหม่ทั้งระบบจะดีกว่า


14. สังเกตดูแนวรั้วบ้านว่าเอียง ทรุด ล้ม หรือบิดเบี้ยวไปหรือไม่ หากพบว่ามีและต้องซ่อมแซม ก็ต้องประเมินว่าต้องมีงานทุบรื้อรั้วในแนวนั้นออกไป และซ่อมแซมฐานรากใหม่ แล้วจึงจัดทำรั้วขึ้นมาใหม่


15. สุดท้าย นอกจากดูตัวบ้านแล้วก็อย่าลืมดูสภาพแวดล้อมด้วยว่าบริเวณข้างเคียงติดกับอะไร เช่น พื้นที่อาจไปติดกับแนวนไม้รกทึบ หรือพื้นที่การค้าประเภทอู่เคาะพ่นสี ก็จะสร้างมลภาวะต่อครอบครัวเราได้เหมือนกัน

ที่มา : หนังสือ “คู่มือปลูกบ้าน” โดย คุณศักดา ประสานไทย โดยสำนักพิมพ์บ้านและสวน 
ที่มา : กระทู้พันทิป

Wednesday, June 19, 2013

IDEA for Small Space


        It's flexible function for your home design or condominium. That is good idea but you should be careful when you are sitting in a living room.

        God Bless You,


Credit : Homedit

Monday, May 13, 2013

โครงการ The Edition Condo สถานีสะพานควาย

The Edition BTS Saphankwai

          มาแล้วหลังจากแอบมองแปลงที่ดินอยู่นาน The Edition Condominium จาก บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ส่งลงชิงส่วนแบ่งจากตลาดทำเล อารีย์ สะพานควาย ที่ตอนนี้คู่แข่งหลายรายเปิดขายไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่าง Noble Revolve อารีย์ ตารางเมตรละ 120,000 บาท และในอนาคตยังมีอีกหนึ่งโครงการที่รออยู่คือ Centric โดย SC Asset มาแน่ แต่ไม่รู้ตอนไหน

          สำหรับ The Edition Condominium นี้เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยจริง สถานการณ์แบบนี้คนสายป่านสั้นไม่แนะนำให้ลงทุน แต่ถ้าคนรวยไม่มีที่จะเก็บเงินก็จัดเลยครับ เพราะติดทางขึ้น ลงสถานีรถไฟฟ้าขนาดนี้หายากจริงๆ

แผนที่โครงการ The Edition
       
          ลงทะเบียน 27-1 มิ.ย. ที่ La Villa อารีย์ ราคาเริ่ม 3 ล้านกว่าบาท ลงทะเบียนคลิ็ก

ที่มา : kobkid.com

Money Expo'13 สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 0%

          


          กลับมาอีกครั้งกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan) ดอกเบี้ยสำหรับคนซื้อบ้าน 0% นาน 8 เดือน โดย ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ทั้งนี้วงเงินมีจำนวนจำกัด และที่สำคัญคือเฉพาะในงาน Money Expo เท่านั้น ซึ่งจัดไปแล้ว 9-12 พฤษภาคม 2556 

          สรุปโปรโมชั่น ธอส. ดังนี้
  • 0% นาน 8 เดือน 
  • เดือนที่ 9-24 MRR-2%
  • ปีที่ 3 ตลอดจนอายุสัญญา ลูกค้าสวัสดิการ MRR-1%, ลูกค้าทั่วไป MRR-0.5%
  • ได้รับค่ายกเว้นค่าประเมินทรัพย์สิน
  • กู้ได้ทั้งซ่อมแซม ปลูกสร้าง และไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น

          โปรโมชั่นดีๆอย่างนี้น่าจะจัดยาวๆหน่อยนะครับ เพื่อเอาใจคนซื้อบ้าน หลายคนต้องการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อสร้างความฝันของช่วยสร้างความฝันของคนอยากมีบ้านให้เป็นจริง อย่างไรก็ตามฝากทาง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รับไปพิจารณาด้วย

ที่มา : kobkid.com

Tuesday, April 23, 2013

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี)

          ภาพโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จาก home.co.th

          ข้อมูลจาก REIC(ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) คอลัมน์ update ระบบขนส่งมวลชนเพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชนอืนๆ ทั้งนี้เพราะได้เกิดความร่วมมือของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กับ การเคหะแห่งชาติ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ทั้งนี้จะได้มีการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต

          สายสีส้ม มีพื้นที่ของการเคหะฯ 2 พื้นที่ ดังนี้

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนดินแดง สถานีจะใกล้กับโครงการเคหะชุมชนดินแดง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัยในโครงการ

          บริเวณโครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ เสนอให้มีระยะขนส่งลำเลียงแบบ BRT มายังสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรี และบริเวณจุดตัดแยกสุวินทวงศ์ ซึ่งจะเป็นจุดตัดของจุดจอดรถไฟฟ้าสายสีชมพู กับสายสีส้ม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่ดินของการเคหะฯ ในบริเวณชุมชนโครงการเคหะชุมชนรามคำแหง และพื้นที่ใกล้เคียง

          รายละเอียดโครงการ
  • โครงการสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) มีระยะทางทั้งสิ้น 37.5 กิโลเมตร
  • ระบบขนส่งเชื่อมต่อฝั่งตะวันตก ไปตะวันออก ตามแนวถนนรามคำแหง ราชปรารภ เพชรบุรี หลานหลวง และราชดำเนิน
  • ฝั่งธนบุรีจะเปิดพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟเดิมบริเวณบางกอกน้อย และตลิ่งชันซึ่งมีศักยภาพสูง
  • ผ่านสถานที่สำคัญ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช สนามหลวง ประตูน้ำ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง หอการค้า นิด้า และ ABAC รวมถึงสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

          ความคืบหน้าปัจจุบัน (วันที่ 23 4 56)
  • การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ และช่วงบางกะปิ-มีนบุรี
  • ปัจจุบันอยู่ในแผนเร่งรัด 4 ปี ของรัฐบาล
  • เริ่มสร้าง มีนบุรี บางกะปิ ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นโครงการบนดิน
  • สถานีที่เหลือเป็นโครงการเป็นใต้ดินทั้งหมด
  • คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2558 เป็นต้นไป
  • คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2562

ที่มา : REIC ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

Friday, March 15, 2013

Bangkok Waterfront Chao Phraya Riverside



          โครงการของ บริษัท คันทรี่กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ชื่อ LANDMARK WATERFRONT มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท (The River 15,000 ล้านบาท) (มหานคร 19,000 ล้านบาท) เป็น Mega Project ที่น่าสนใจของกรุงเทพมหานครฯ (Bangkok) Project หนึ่งเลยทีเดียว

ที่ตั้งโครงการ

ข้อมูลโครงการ
  • พื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 34 ไร่
  • ที่ตั้งถนนเจริญกรุง (สะพานปลาเก่า) ข้างๆ Chatruim Condominium
  • สัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว 75 ปี (จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)
  • พื้นที่โครงการแบ่งออกเป็น 3 Zone หลักๆ คือ Capella Residences, Capella Bangkok 6 Stars Hotel และ Jumeirah 5 Stars Hote โดยมีข้อมูลคร่าวๆ ดังนี้
  1. Capella Residences
    • สูง 73 ชั้น 
    • จำนวน 352 ยูนิต
    • Super Luxury Segment
  2. Capella Bangkok 
    • 6 stars hotel
    • สูง 11 ชั้น
    • จำนวน 101 ยูนิต
  3. Jumeirah Hotel
    • 5 stars hotel
    • สูง 10 ชั้น
    • จำนวน 305 ยูนิต
Masterplan

Section


          ถ้าโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์จะทำให้วิวเจ้าพระยาสง่างามยิ่งขึ้น ด้วยความสูงอาคารขนาดนี้ จะต้องเป็น Landmark แห่งใหม่ในย่านนี้อย่างแน่นอน (สมกับชื่อโครงการจริงๆ) โดยส่วนตัวอยากเห็นอาคารสูง ที่มีความงามของสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆของกรุงเทพมหานครฯ ไม่ใช่เพียงแค่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น

ภาพบรรยากาศโครงการ

ถนนเจริญกรุง

 มุมมองจากวัดยานนาวา


ที่มา : คุณ thebkd [pantip.com] วันที่ 30 มกราคม 2556

Friday, March 8, 2013

Bangkok Metropolitan 2013



          รู้หรือไม่ Bangkok หรือ กรุงเทพฯ มีสถานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ภายใต้พรบ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทมหานคร พ.ศ. 2528 มีข้อมูลบางอย่างที่คุณอาจรู้ ซึ่งมีความน่าสนใจมาก ดังนี้
  • กรุงเทพฯ มีประชากรที่จดทะเบียนอยู่ 5.7 ล้านคน (รวมประชากรแฝงจะเป็น 10 ล้านคน)
  • กรุงเทพฯ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 50 เขต 169 แขวง ผู้ว่าราชการฯ มาจากการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) จำนวน 61 คน สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) 361 คน
  • รายรวมในปี 2555 เท่ากับ 55,000,000,000 บาท
  • สถิติปี 2555 พบว่ามีคดีอาชญากรรม 160,811 คดี แบ่งเป็นยาเสพติด 64,363 คดี เด็ก คนชรา 9,476 คดี นักท่องเที่ยวต่างชาติ 233 คดี และอัคคีภัย 25 คดี
HOUSEHOLD INCOME
  • ข้อมูลปี 2543 ชาวกรุงเทพฯ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือน 26,909 บาท หรือรายได้เฉลี่ยต่อคน 8,154 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน 20,448 บาท หรือต่อคน 6,284 บาท โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายตอรายได้เท่ากับ 76%
ECONOMICS
  • กรุงเทพฯ ถูกจัดให้เป็นมหานครอันดับ 15 ของโลก
  • กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางทางการเงินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • GDP 25% ของประเทศมาจากกรุงเทพฯ
PUBLIC TRANSPORTATION
  • BTS : เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย ลงทุนโดยเอกชน 100% ริเริ่มโดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2535 เปิดใช้เมื่อปี 2542 ระยะทาง 17 กิโลเมตร มีชื่อพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ๖ พระชนมพรรษา สาย ๑"
  • BTS : ระยะทางรวม 30.95 กิโลเมตร 30 สถานี ให้บริการได้มากกว่า 1,000 คนต่อขบวน 
  • MRT : รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล นิยมเรียกว่ารถไฟฟ้าใต้ดิน เริ่มก่อสร้างปี 2542 เปิดใช้อย่างเป็นทางการ 3 กรกฎาคม 2547 ระยะทางรวม 21 กิโลเมตร 18 สถานี
  • BRT : Bus Rapid Transit  เป็นรถที่ประหยัดเวลา สะดวกสบาย และมีความปลอดภัยสูง มีจำนวน 12 สถานี BRT 1 คันรองรับคนได้ 80 คน
  • Airport Link : รถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มสร้างปี 2549 เปิดใช้อย่างเป็นทางการ 23 สิงหาคม 2553 มีรถความเร็วสูงบริการ 15 นาที จากมักกะสัน ถึง สุวรรณภูมิ  
TRAFFIC  
  • ประชากรในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่น แรงงานเข้าสู่ตัวเมือง เกิดปัญหาระบบขนส่งมวลชน
  • กรุงเทพฯ มีพื้นที่ถนนเพียง 10% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด
  • Tokyo หรือ โตเกียว มีพื้นที่ถนน 23% 
  • New York หรือ นิวยอร์ก มีพื้นที่ถนน 38%
  • Taxi จำนวน 107,204 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • ตุ๊ก ตุ๊ก จำนวน 8,997 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • มอเตอร์ไซค์วิน จำนวน 56,251 คันมีใบอนุญาตถูกต้อง
  • รถยนต์ส่วนบุคคล จำวน 7,523,381 คัน คือยอดจดทะเบียนถูกต้อง และวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน
TOURISM 
  • จากเว็บไซต์ยูโรมอนิเตอร์ ปี 2549 พบว่า กรุงเทพฯมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากกรุงลอนดอน)
  • จากนิตยสาร ทราเวลแอนด์เลเซอร์ กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกปี 2551, 2553, 2554 และ 2555 
  • ตลาดนัดจตุจักร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • พื้นที่สีเขียวปี 2553 ในกรุงเทพฯ มี 23,378,480.64 ตารางเมตร เทียบกับจำนนประชากรแล้ว 4.09 ตารางเมตรต่อคน (องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 9 ตารางเมตรต่อคน)





ที่มา : ภาพจาก Internet
ที่มา : Aday Bulletin [Issue 239 : 15-21 Feb 2013]

Thursday, February 21, 2013

Small rooms can always look bigger!


ออกแบบ Living Room เล็กๆ ให้ดูกว้างได้ด้วย Wallpaper ดูมีมิติขึ้นเยอะ สามารถนำไปใช้ได้กับ 
Condo ขนาดเล็กใน กรุงเทพมหานคร


Posted by : Homeyra C Hamidi

ที่มา : Art&Interior Design Facebook  

Monday, February 18, 2013

Menam Residences แม่น้ำเรสซิเดนซ์

โครงการคอนโดมิเนียม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
โครงการ Menam Residences


ข้อมูลโครงการ
  1. ขนาดพื้นที่ 5-0-93 ไร่
  2. ที่ตั้ง ถนนเจริญกรุง 72/4 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
  3. ประเภทอาคาร สูง 54 ชั้น 1 อาคาร
  4. แบบห้อง 1-3 ห้องนอน Duplex และ Penthouse
  5. พื้นที่ใช้สอย 44-285 ตารางเมตร
  6. จำนวน 294 ยูนิต
  7. ราคาเริ่มต้น 4,900,000 บาท (ตารางเมตรละ 120,000 บาท)


คำแนะนำ
  1. สถาปัตยกรรมอาคาร มี Exposure สูง กลายเป็น Landmark แห่งใหม่ของเจริญกรุง
  2. งานออกแบบ Single Corridor เหมาะกับโครงการริมน้ำ ชมวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่
  3. เพิ่มความเป็นส่วนตัว 10 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น มีความเป็นส่วนตัวสุดๆ
  4. Full facilities โครงการริมน้ำที่จัดเต็มที่สุด คือ มีส่วนกลางถึง 3 ชั้น ได้แก่ ออนเซ็น สระว่ายน้ำ ซาวน์น่า ห้องออกกำลังกาย และสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ 
  5. กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ไว้พักผ่อนว่างจากการทำงาน วันหยุดยาว ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา



ที่มา : ข้อมูลและภาพโครงการ prakard.com

บ้านมือสอง คอนโดเก่า ยอดขายพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

          


          ข้อมูลจากฝ่ายสินเชื่อธนาคารไทยพาณิชย์ SCB พบว่ายอดการกู้สินเชื่อบ้านมือสองเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากโครงการใหม่ราคาขยับขึ้นสูงตามต้นทุน โดยที่จุดแข็งของบ้านมืองสอง คือ สภาพสังคมความเป็นอยู่ ทำเลที่ในเมืองมากกว่า ขณะที่บ้านโครงการใหม่ราคาเท่ากัน แต่ต้องขยับออกไปนอกเมืองมากกว่า

          โดยปกติยอดการขอสินเชื่อบ้านมือสองของ SCB ยังมีน้อยอยู่แค่ 5% ของยอดการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่ปัจจุบันเริ่มสูงขึ้น ทาง SCB จึงจับมือกับ ERA (บิ๊กนายหน้าอสังหาริมทรัพย์) จัดตั้งทีมสินเชื่อเพื่อบริการลูกค้าบ้านมือสองโดยเฉพาะ พร้อมกับเพิ่มวงเงินในการตกแต่งบ้านอีกด้วย นางสาว พิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ SCB กล่าว

          ทางด้าน ERA นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานบริการ เปิดเผยว่า บ้านมืองสองได้รับความนิยมจริงๆทั้งด้านอยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุน

          โครงการคอนโดมิเนียมมือสองมีสัดส่วนการขาวสูงขึ้นจาก 6% เป็น 20% ประมาณ 3 เท่าตัว สำหรับยอดขายในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 2,000 ยูนิต แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 49% นนทบุรีและปทุมธานี 30% และพื้นที่ต่างจังหวัด 21% ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจออกไปยังส่วนภูมิภาคมากขึ้น  


ที่มา : ภาพจาก Internet

Saturday, February 16, 2013

Sansiri Life Comes Home


Sansiri Life Comes Home

งานแสนสิริ Life Comes Home ที่ สยาม พารากอนวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นงานประจำปีของแสนสิริไปแล้ว ภายในงานจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนของงานออกแบบ ส่วนของโครงการต่างจังหวัดด้านหน้างาน และอีกส่วนหนึ่งคือภายในฮอล์จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด ทุกโครงการของแสนสิริมาจัดแสดง

Highlight อยู่ที่โครงการคอนโดมิเนียม

EDGE สุขุมวิท 23 
Price ตารางเมตรละ 170,000 บาท โดยประมาณ
Design สวย คล้าย Nara9 และ Rhythm นราธิวาส 
Location ดี
Site ตึกสุงรอบด้านกันเลยทีเดียว ไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่ (ใกล้ซอยคาวบอย) หลายท่านอาจชอบก็ได้
มันเหมาะกับการลงทุนให้ชาวต่างชาติมากๆ ส่วนยอดขาย Sold out แล้วเรียบร้อย สุดยอดดดด จริงๆ

NYE วงเวียนใหญ่ 
Price ตารางเมตรละ 110,000 บาท ราคาตลาดครับน่าสนใจ เหามะสำหรับอยู่เอง และลงทุน
Product 1bed 30-43 sq.m. / 2beds 59-68 sq.m.
Design ตัวนี้พยายามทำให้มันเป็นสีทองตรงกับชื่อ NYE = Gold การตกแต่งโครงการจึงเน้นสีทองเป็นหลัก Facilities จัดมาตามระเบียบของแสนสิริ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ สวนลอยฟ้า
Location ใกล้รถไฟฟ้าประมาณ 200 เมตร
Site มีตึกสุงอยู่ใกล้ๆ ต้องเล้งมุมให้ดี เลือกชั้นสูงไว้ ไม่งั้นโดนบล็อคชัวร์ บรรยากาศดดยรวมน่าอยู่ครับ
Sold โครงการนี้ยอดขายไม่ถึงไหน มุมที่ขายได้คือสระว่ายน้ำ และทิศห้องที่มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา จากการประมาณทางสายตาไม่น่าเกิน 40% (ณ วันสำรวจ 16 02 13) ห้องขายดี Size 35 sq.m.

NYE [Building A]

NYE [Building B]

The Base Park East สุขุมวิท 77
Price ตารางเมตรละ 85,000 บาท โดยเฉลี่ย
Design คล้าย Park West ที่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้
Location ใกล้ทางขึ้นทางด่วน แต่ห่างไกลรถไฟฟ้าประมาณ 1 km. กันเลยทีเดียว
Site อยู่บริเวณเดียวกับ The Base Park West และ โครงการทาวน์เฮ้าส์ชื่อ Garden Square
Sold ยอดขายโครงการนี้ไม่น่าเกิน 30% ครับ เนื่องจากราคาสูง และ Location ที่ไม่ดี ไม่มีปัจจัยดึงดูดเท่าที่ควร (Park West ยังมี IPhone5 มายั่ว Demand)

D Condo ทั้งหลาย
ข้อมูลหลายๆอย่างคล้ายกัน ทั้งขนาดห้อง ราคา และโปรโมชั่น เรียกได้ว่าน่าสนใจอยู่ 
ทำเลที่ขายดี เป็นราชพฤกษ์ จรัญ และรังสิต 
ทำเลขายยาก เป็น บางนา พระราม9 อ่อนนุช ยอดขายอืดสุดๆ


ยังไงท่านที่สนใจลงทุน หรือหาที่อยู่อาศัยลองไปเดินชมงานได้ครับ หรือไปไม่ทันงานก็เดินเข้าที่ Site โครงการได้เลย




ที่มา : ภาพจาก Internet

Wednesday, February 13, 2013

ธนาคารอิสลาม เข้าข่ายล้มละลาย


          ธนาคารอิสลาม (I Bank) พบ NPL สูงมากถึง 32% มูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท ส่งผลกระทบกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงติดลบ 5.18%  พร้อมกับเสนอแนวแก้ปัญหาภายใน 5 ปี และธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thai) ตั้งกรรมการสอบส่อเค้าทุจริต 21 คดีอาจโยงไปสู่อดีตผู้บริหาร


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

Facebook Comment